หลายคนอยากมาเรียน มาทำงาน ในเยอรมนี ปัญหาที่คนต่างชาติพบ ในการหาที่ทำ Ausbildung ในเยอรมนี มีหลายเรื่องมาก ทั้งเรื่องของภาษา การหาบริษัทที่จะรับคุณเข้ารับการฝึกอบรม กฎหมาย และการปรับตัวทางวัฒนธรรม ต่างๆมากมาย
Ausbildung คือ หลักสูตรอาชีวศึกษา ที่เรียนทั้งในโรงเรียนฝึกอาชีพและทำงานที่บริษัท ซึ่งจะเน้นไปที่ การทำงานที่บริษัทหรือองค์กรที่รับคุณเข้าฝึกอบรมเป็นหลัก
วันนี้เราได้รวบรวมปัญหาต่างๆที่ เราคิดว่า เป็นปัญหาใหญ่ๆ พร้อมตัวอย่างและคำแนะนำ ที่จะช่วยคุณในการเตรียมตัว เพื่อหาที่ฝึกงานในเยอรมนีได้เร็วและง่ายขึ้น

มาดูกันว่า เป็นปัญหาใหญ่ๆ ที่สำคัญมีอะไรบ้าง
1️⃣ ปัญหาด้านภาษาเยอรมัน
ภาษาเยอรมันเป็นอุปสรรคที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะใช้ทั้งในการเรียนและทำงานจริง และการใช้ชีวิตที่นี่
- ➤ หลักสูตรส่วนใหญ่ต้องใช้ภาษาเยอรมันในระดับ B1–B2 ขึ้นไป
- ➤ การสัมภาษณ์กับบริษัทหรือสถานประกอบการมักใช้ภาษาเยอรมันทั้งหมด
- ➤ การสื่อสารในที่ทำงานและการเรียนทฤษฎีในโรงเรียนอาชีวะ ก็ใช้ภาษาเยอรมันทั้งหมด ถ้าคุณใช้ภาษาไม่คล่อง มีผลต่อการเรียนและทำงานแน่นอน
ตัวอย่าง:
คุณมาจากประเทศไทย และสมัครการฝึกอบรมสาขาพยาบาล แต่สอบสัมภาษณ์ไม่ผ่านเพราะพูดได้เพียงระดับ A1 หรือ A2
คำแนะนำ:
- ➤ เรียนภาษาเยอรมันให้ถึงระดับ B1–B2 ก่อนสมัคร
- ➤ ฝึกพูดกับเจ้าของภาษา หรือเข้าร่วมกลุ่มสนทนาออนไลน์
- ➤ ใช้สื่อเยอรมัน เช่น ข่าว เพลง หรือพอดแคสต์ เพื่อเพิ่มความคุ้นเคยกับสำเนียง
2️⃣ ปัญหาด้านเอกสารและกฎหมาย
ขั้นตอนการยื่นเอกสารและขอวีซ่ามีความซับซ้อน ทุกคนที่อยู่เยอรมนี รู้ดีว่า คนเยอรมันให้ความสำคัญกับการจัดเก็บเอกสาร และกฏหมายแค่ไหน เพราะไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม จะต้องมีเอกสารเป็นหลักฐานประกอบเสมอ เช่น
- ➤ ต้องมีเอกสารรับรองวุฒิการศึกษาจากประเทศต้นทาง (Anerkennung)
- ➤ ขั้นตอนการขอวีซ่าสำหรับการฝึกอบรมสำหรับคนที่อยู่นอกสหภาพยุโรปค่อนข้างซับซ้อน
- ➤ บางอาชีพต้องมีใบอนุญาตพิเศษ เช่น สาขาการแพทย์หรือการดูแลผู้สูงอายุ
ตัวอย่าง:
การเทียบวุฒิและรับรองการศึกษา โดยปกติแล้ว คุณอาจจะต้องรอผลการรับรองวุฒิ (Anerkennung) นานกว่า 3 เดือน ซึ่งทำให้เวลายืดออกไปอีก กว่าคุณจะสามารถยื่นสมัครหาที่ฝึกอบรมได้
คำแนะนำ:
- ➤ ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้จากเว็บไซต์ทางการ เช่น make-it-in-germany.com
- ➤ แปลเอกสารโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง (beglaubigte Übersetzung)
- ➤ ยื่นเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 เดือนก่อนเริ่มเรียน หรือเริ่มหาที่เรียน
3️⃣ ปัญหาด้านการหานายจ้างหรือสถานที่ฝึกงาน
นายจ้างบางรายลังเลที่จะรับคนต่างชาติ เพราะเขาไม่แน่ใจว่า คุณจะสามารถใช้ภาษาเยอรมัน ได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนนี้ยังรวมไปถึง ความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรม ที่ทำให้นายจ้างเองไม่มั่นใจว่า คุณจะปรับตัวเข้ากับสังคมและวัฒนธรรมขององค์กรได้ดีมากน้อยแค่ไหน
เรื่องของการแข่งขันที่สูงก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ถ้านายจ้างต้องเลือกระหว่างจ้างคนเยอรมันกับคนต่างชาติ เขาก็เลือกคนเยอรมัน เพราะลังเลเนื่องจากความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม
นอกจากนี้ ยังอาจจะมีปัญหามาจาก คุณไม่รู้ว่า จะหาข้อมูลตำแหน่งว่างได้จากที่ไหน อ่านไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจว่าบริษัทต้องการอะไร เพราะประกาศรับสมัครงานส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมดเป็นภาษาเยอรมันล้วนๆ เช่น
คุณอาจจะถูกปฏิเสธหลายครั้ง เพราะภาษาไม่คล่องและไม่มีประสบการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตในเยอรมนี
คำแนะนำ:
- ➤ เขียนใบสมัคร (Bewerbung) และจดหมายแนะนำตัว (Motivationsschreiben) ให้เป็นภาษาเยอรมันที่ถูกต้อง
- ➤ สมัครหลายแห่งพร้อมกัน ทั้งในเมืองใหญ่และเมืองเล็ก
- ➤ ใช้เว็บไซต์หางานเช่น arbeitsagentur.de
4️⃣ ปัญหาด้านการปรับตัวและชีวิตความเป็นอยู่
การใช้ชีวิตในเยอรมนี สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือ การวางแผนด้านการเงิน เพราะค่าครองชีพที่สูงและวัฒนธรรมต่างจากบ้านเราเยอะ
ถ้าไม่มีการวางแผนที่ดี การเงินขัดข้อง ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศ วัฒนธรรมหรือสังคมที่นี่ไม่ได้ จะทำให้คุณไม่มีความสุขอย่างแน่นอน
- ➤ ค่าครองชีพในบางเมืองอาจจะสูงเมื่อเทียบกับเงินเดือนของการฝึกอบรม
- ➤ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและระบบการทำงาน อาจทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวในช่วงแรก
- ➤ การหาที่พักใกล้สถานที่ฝึกงานอาจยาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
เช่น
คุณอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะหาห้องเช่าราคาถูกในแต่ละเมืองได้ ยิ่งเมืองใหญ่ๆ เช่น มิวนิก (München) แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt am Main) เมืองใหญ่ๆเหล่านี่ นอกจากจะหาที่พักยากแล้ว ราคาที่พักและค่าครองชีพยังสูงอีกด้วย
คำแนะนำ:
- ➤ หาที่พักผ่านเว็บไซต์เช่น wg-gesucht.de หรือกลุ่ม Facebook ของนักเรียนต่างชาติ
- ➤ วางแผนงบประมาณรายเดือนล่วงหน้าด้วย
5️⃣ ปัญหาด้านการยอมรับวุฒิและโอกาสหลังเรียนจบ
การต่อวีซ่าทำงานก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องผ่านเงื่อนไขหลายข้อ
- ➤ บางสาขาอาชีพมีโอกาสต่อยอดน้อยหากไม่มีสัญชาติเยอรมัน
- ➤ การเปลี่ยนจากวีซ่าการฝึกอบรม เป็นวีซ่าทำงานต้องผ่านเงื่อนไขหลายข้อ
คำแนะนำ:
การต่อวีซ่าทำงานหลังจบการฝึกอบรมในเยอรมนี และเงื่อนไขที่ต้องผ่าน เช่น
หลังจากเรียนจบการฝึกอบรมแล้ว คนต่างชาติที่ต้องการอยู่ทำงานในเยอรมนีต่อ สามารถขอเปลี่ยนจาก วีซ่าเพื่อการฝึกอบรม (Ausbildungsvisum) เป็น วีซ่าทำงาน (Beschäftigungsvisum) ได้ แต่ต้องผ่านเงื่อนไขหลายข้อที่ทางการเยอรมันกำหนดไว้
เงื่อนไขหลักในการต่อวีซ่าทำงาน
✅ ต้องจบการฝึกอบรมอย่างสมบูรณ์
- ➤ ต้องมีใบรับรองการจบหลักสูตร (Abschlusszeugnis) จากสถาบันหรือหอการค้า (เช่น IHK หรือ HWK)
- ➤ หากยังไม่จบหรือสอบไม่ผ่าน จะไม่สามารถขอเปลี่ยนวีซ่าได้
✅ ต้องหางานในสาขาที่เรียนจบ
- ➤ งานที่สมัครต้องเกี่ยวข้องกับสาขาการฝึกอบรมที่คุณเรียนจบมา เช่น
- – เรียนสาขาพยาบาล → ทำงานในโรงพยาบาลหรือสถานดูแลผู้สูงอายุ
- – เรียนสาขาช่างไฟฟ้า → ทำงานในบริษัทติดตั้งระบบไฟฟ้า
- ➤ หากสมัครงานนอกสาขา อาจจะไม่ผ่านการอนุมัติ
✅ ต้องมีสัญญาจ้างงาน (Arbeitsvertrag)
- ➤นายจ้างต้องออกสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการ ระบุเงินเดือน ชั่วโมงทำงาน และตำแหน่งงาน
- ➤ เงินเดือนต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของอาชีพนั้น
✅ ต้องมีที่พักและประกันสุขภาพในเยอรมนี
- ➤ ต้องแสดงหลักฐานที่พัก (Wohnungsnachweis) และประกันสุขภาพ (Krankenversicherung) ที่ยังไม่หมดอายุ
✅ ต้องยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่กำหนด
- ➤ หลังจบการฝึกอบรมจะได้รับสิทธิ์อยู่ต่อได้อีก 12 เดือน เพื่อหางานในสาขาที่เรียน
- ➤ หากหางานได้ภายในช่วงนี้ สามารถยื่นขอวีซ่าทำงานได้ทันที
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
ตัวอย่างที่ 1
มินะ จากไทยเรียนจบการฝึกอบรมสาขาพ่อครัวในเมืองฮัมบูร์ก หลังจบ เธอได้งานในร้านอาหารเยอรมันที่ออกสัญญาจ้างให้ เธอยื่นเอกสารต่อวีซ่าทำงานพร้อมสัญญาและใบจบการฝึกอบรมผลคือได้รับอนุมัติให้อยู่ต่ออีก 2 ปี
ตัวอย่างที่ 2
อาเหม็ด จากอียิปต์เรียนจบการฝึกอบรม สาขาช่างเทคนิค แต่หางานในสาขาไม่ได้ภายใน 12 เดือน เขาจึงต้องกลับประเทศ เพราะไม่สามารถต่อวีซ่าทำงานได้
Gut zu wissen - รู้ไว้ก็ดีนะ
การต่อวีซ่าทำงานหลังฝึกอบรมจบ ไม่ได้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ต้องมีงานในสาขาที่เรียน สัญญาจ้างที่ถูกต้อง และเอกสารครบถ้วน หากเตรียมตัวล่วงหน้าและหางานตั้งแต่ช่วงท้ายของการเรียน จะเพิ่มโอกาสได้รับอนุมัติวีซ่าทำงานได้มากขึ้น
แนวทางและคำแนะนำในการหา Ausbildung ในเยอรมนีสำหรับคนต่างชาติ
✅ เตรียมความพร้อมด้านภาษาเยอรมัน
ภาษาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการสมัครการฝึกอบรม เพราะทั้งการเรียนและการทำงานใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก
- ➤ เรียนภาษาให้ถึงระดับ B1–B2 ตามที่นายจ้างส่วนใหญ่ต้องการ
- ➤ ฝึกพูดและฟังจากสื่อเยอรมัน เช่น ข่าว พอดแคสต์ หรือซีรีส์
- ➤ หากมีใบรับรองภาษา (เช่น Goethe, TELC, ÖSD) จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ
✅ เลือกสาขาอาชีพที่เหมาะกับตนเอง
Ausbildung ในเยอรมนี มีหลายสาขา เช่น
- ➤ สายเทคนิค: ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ➤ สายบริการ: พ่อครัว พนักงานโรงแรม พนักงานขาย
- ➤ สายสุขภาพ: ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ดูแลผู้สูงอายุ
- ➤ สายธุรการ: พนักงานบัญชี ธุรการสำนักงาน
ควรเลือกสาขาที่ตรงกับความสนใจและความสามารถ เพื่อให้เรียนและทำงานได้อย่างมีแรงจูงใจ และไม่ท้อ
✅ หาตำแหน่งการฝึกอบรมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
เว็บไซต์และองค์กรที่ช่วยหาที่เรียนที่ฝึกอบรมได้แก่
- ➤ www.make-it-in-germany.com – เว็บไซต์ทางการของรัฐบาลเยอรมัน
- ➤ www.arbeitsagentur.de – เว็บไซต์ของสำนักงานแรงงานเยอรมัน
- ➤ ติดต่อหอการค้า (IHK หรือ HWK) ในเมืองที่สนใจ
✅ เตรียมเอกสารสมัครให้ครบถ้วน
เอกสารที่ใช้สมัครที่จำเป็น ได้แก่
- ➤ จดหมายสมัครงาน (Anschreiben)
- ➤ ประวัติส่วนตัว (Lebenslauf)
- ➤ ใบรับรองวุฒิการศึกษา (แปลเป็นภาษาเยอรมันโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง)
- ➤ ใบรับรองความรู้ภาษาเยอรมัน
- ➤ รูปถ่ายแบบสมัครงาน (Bewerbungsfoto)
เช็คลิสต์เอกสาร สมัครงานในเยอรมนี
✅ สมัครหลายๆที่พร้อมกัน
อย่าจำกัดตัวเองแค่เมืองเดียวหรือบริษัทเดียว เพราะการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะถ้าคุณต้องสมัครสมัครงานในบริษัทขนาดใหญ่ ให้ลองสมัครทั้งในเมืองใหญ่และเมืองเล็ก
หากถูกปฏิเสธ คุณควรถามเหตุผล เพื่อสามารถนำไปปรับปรุงใบสมัครครั้งต่อไปของคุณได้
✅ เตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ (Vorstellungsgespräch)
- ➤ ฝึกตอบคำถามทั่วไป เช่น “ทำไมถึงอยากเรียนสาขานี้” หรือ “รู้จักบริษัทของเรามากแค่ไหน”
- ➤ แต่งกายสุภาพและตรงต่อเวลา
- ➤ แสดงความตั้งใจและความกระตือรือร้นในการเรียนรู้
6 Tipps ง่ายๆ สัมภาษณ์งานในเยอรมนี…ให้ได้งาน
✅ ตรวจสอบเรื่องวีซ่า
หากอยู่นอกสหภาพยุโรป ต้องขอ วีซ่าเพื่อการฝึกอบรมจากสถานทูตเยอรมันในประเทศของตน
- ➤ ต้องมีจดหมายตอบรับจากบริษัทหรือสถาบันที่รับเข้าเรียน
- ➤ต้องแสดงหลักฐานการเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน
✅ วางแผนสำรองไว้ด้วย
คุณอาจจะโชคดี ได้ที่ฝึกงานที่อยากทำเร็ว หรืออาจจะใช้เวลานานกว่านั้น การมีแผนสำรองจะช่วยให่คุณไม่ล้มเลิกในสิ่งที่คุณตั้งใจ เช่น คุณอาจจะเรียนภาษาเยอรมันเพื่อการอาชีพเพิ่มเติมพื่อให้คุณเพิ่มโอกาสในการหาบริษัทที่ฝึกอบรมให้มากขึ้น
การหา Ausbildung ต้องอาศัยการเตรียมตัวทั้งด้านภาษา เอกสาร และการหาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้
การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการหาที่เรียน Ausbildungให้เป็นไปได้ง่ายขึ้น หากเริ่มวางแผนล่วงหน้าและสมัครอย่างเป็นระบบ โอกาสได้รับที่เรียนและเริ่มต้นอาชีพในเยอรมนีจะสูงขึ้นมาก
สู้ๆค่ะ เราเชื่อว่าคุณทำได้





Leave a Review