Ausbildung

5 ปัญหาหลัก ที่คนต่างชาติเจอ…ในการหา Ausbildung ในเยอรมนี

Cshow

หลายคนอยากมาเรียน มาทำงาน ในเยอรมนี ปัญหาที่คนต่างชาติพบ ในการหาที่ทำ Ausbildung ในเยอรมนี มีหลายเรื่องมาก ทั้งเรื่องของภาษา การหาบริษัทที่จะรับคุณเข้ารับการฝึกอบรม กฎหมาย และการปรับตัวทางวัฒนธรรม ต่างๆมากมาย

Ausbildung คือ หลักสูตรอาชีวศึกษา ที่เรียนทั้งในโรงเรียนฝึกอาชีพและทำงานที่บริษัท ซึ่งจะเน้นไปที่ การทำงานที่บริษัทหรือองค์กรที่รับคุณเข้าฝึกอบรมเป็นหลัก

วันนี้เราได้รวบรวมปัญหาต่างๆที่ เราคิดว่า เป็นปัญหาใหญ่ๆ พร้อมตัวอย่างและคำแนะนำ ที่จะช่วยคุณในการเตรียมตัว เพื่อหาที่ฝึกงานในเยอรมนีได้เร็วและง่ายขึ้น

Ausbildung

มาดูกันว่า เป็นปัญหาใหญ่ๆ ที่สำคัญมีอะไรบ้าง

1️⃣ ปัญหาด้านภาษาเยอรมัน

ภาษาเยอรมันเป็นอุปสรรคที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะใช้ทั้งในการเรียนและทำงานจริง และการใช้ชีวิตที่นี่

  • ➤ หลักสูตรส่วนใหญ่ต้องใช้ภาษาเยอรมันในระดับ B1–B2 ขึ้นไป
  • ➤ การสัมภาษณ์กับบริษัทหรือสถานประกอบการมักใช้ภาษาเยอรมันทั้งหมด
  • ➤ การสื่อสารในที่ทำงานและการเรียนทฤษฎีในโรงเรียนอาชีวะ ก็ใช้ภาษาเยอรมันทั้งหมด ถ้าคุณใช้ภาษาไม่คล่อง มีผลต่อการเรียนและทำงานแน่นอน

ตัวอย่าง:
คุณมาจากประเทศไทย และสมัครการฝึกอบรมสาขาพยาบาล แต่สอบสัมภาษณ์ไม่ผ่านเพราะพูดได้เพียงระดับ A1 หรือ A2

คำแนะนำ:

  • ➤ เรียนภาษาเยอรมันให้ถึงระดับ B1–B2 ก่อนสมัคร
  • ➤ ฝึกพูดกับเจ้าของภาษา หรือเข้าร่วมกลุ่มสนทนาออนไลน์
  • ➤ ใช้สื่อเยอรมัน เช่น ข่าว เพลง หรือพอดแคสต์ เพื่อเพิ่มความคุ้นเคยกับสำเนียง

2️⃣ ปัญหาด้านเอกสารและกฎหมาย

ขั้นตอนการยื่นเอกสารและขอวีซ่ามีความซับซ้อน ทุกคนที่อยู่เยอรมนี รู้ดีว่า คนเยอรมันให้ความสำคัญกับการจัดเก็บเอกสาร และกฏหมายแค่ไหน เพราะไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม จะต้องมีเอกสารเป็นหลักฐานประกอบเสมอ เช่น

  • ➤ ต้องมีเอกสารรับรองวุฒิการศึกษาจากประเทศต้นทาง (Anerkennung)
  • ➤ ขั้นตอนการขอวีซ่าสำหรับการฝึกอบรมสำหรับคนที่อยู่นอกสหภาพยุโรปค่อนข้างซับซ้อน
  • ➤ บางอาชีพต้องมีใบอนุญาตพิเศษ เช่น สาขาการแพทย์หรือการดูแลผู้สูงอายุ

ตัวอย่าง:
การเทียบวุฒิและรับรองการศึกษา โดยปกติแล้ว คุณอาจจะต้องรอผลการรับรองวุฒิ (Anerkennung) นานกว่า 3 เดือน ซึ่งทำให้เวลายืดออกไปอีก กว่าคุณจะสามารถยื่นสมัครหาที่ฝึกอบรมได้

คำแนะนำ:

  • ➤ ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้จากเว็บไซต์ทางการ เช่น make-it-in-germany.com
  • ➤ แปลเอกสารโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง (beglaubigte Übersetzung)
  • ➤ ยื่นเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 เดือนก่อนเริ่มเรียน หรือเริ่มหาที่เรียน

3️⃣ ปัญหาด้านการหานายจ้างหรือสถานที่ฝึกงาน

นายจ้างบางรายลังเลที่จะรับคนต่างชาติ เพราะเขาไม่แน่ใจว่า คุณจะสามารถใช้ภาษาเยอรมัน ได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนนี้ยังรวมไปถึง ความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรม ที่ทำให้นายจ้างเองไม่มั่นใจว่า คุณจะปรับตัวเข้ากับสังคมและวัฒนธรรมขององค์กรได้ดีมากน้อยแค่ไหน

เรื่องของการแข่งขันที่สูงก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ถ้านายจ้างต้องเลือกระหว่างจ้างคนเยอรมันกับคนต่างชาติ เขาก็เลือกคนเยอรมัน เพราะลังเลเนื่องจากความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม

นอกจากนี้ ยังอาจจะมีปัญหามาจาก คุณไม่รู้ว่า จะหาข้อมูลตำแหน่งว่างได้จากที่ไหน อ่านไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจว่าบริษัทต้องการอะไร เพราะประกาศรับสมัครงานส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมดเป็นภาษาเยอรมันล้วนๆ เช่น

คุณอาจจะถูกปฏิเสธหลายครั้ง เพราะภาษาไม่คล่องและไม่มีประสบการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตในเยอรมนี

คำแนะนำ:

  • ➤ เขียนใบสมัคร (Bewerbung) และจดหมายแนะนำตัว (Motivationsschreiben) ให้เป็นภาษาเยอรมันที่ถูกต้อง
  • ➤ สมัครหลายแห่งพร้อมกัน ทั้งในเมืองใหญ่และเมืองเล็ก
  • ➤ ใช้เว็บไซต์หางานเช่น arbeitsagentur.de

4️⃣ ปัญหาด้านการปรับตัวและชีวิตความเป็นอยู่

การใช้ชีวิตในเยอรมนี สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือ การวางแผนด้านการเงิน เพราะค่าครองชีพที่สูงและวัฒนธรรมต่างจากบ้านเราเยอะ

ถ้าไม่มีการวางแผนที่ดี การเงินขัดข้อง ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศ วัฒนธรรมหรือสังคมที่นี่ไม่ได้ จะทำให้คุณไม่มีความสุขอย่างแน่นอน

  • ➤ ค่าครองชีพในบางเมืองอาจจะสูงเมื่อเทียบกับเงินเดือนของการฝึกอบรม
  • ➤ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและระบบการทำงาน อาจทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวในช่วงแรก
  • ➤ การหาที่พักใกล้สถานที่ฝึกงานอาจยาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่

เช่น
คุณอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะหาห้องเช่าราคาถูกในแต่ละเมืองได้ ยิ่งเมืองใหญ่ๆ เช่น มิวนิก (München) แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt am Main) เมืองใหญ่ๆเหล่านี่ นอกจากจะหาที่พักยากแล้ว ราคาที่พักและค่าครองชีพยังสูงอีกด้วย

คำแนะนำ:

  • ➤ หาที่พักผ่านเว็บไซต์เช่น wg-gesucht.de หรือกลุ่ม Facebook ของนักเรียนต่างชาติ
  • ➤ วางแผนงบประมาณรายเดือนล่วงหน้าด้วย

5️⃣ ปัญหาด้านการยอมรับวุฒิและโอกาสหลังเรียนจบ

การต่อวีซ่าทำงานก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องผ่านเงื่อนไขหลายข้อ

  • ➤ บางสาขาอาชีพมีโอกาสต่อยอดน้อยหากไม่มีสัญชาติเยอรมัน
  • ➤ การเปลี่ยนจากวีซ่าการฝึกอบรม เป็นวีซ่าทำงานต้องผ่านเงื่อนไขหลายข้อ

คำแนะนำ:

การต่อวีซ่าทำงานหลังจบการฝึกอบรมในเยอรมนี และเงื่อนไขที่ต้องผ่าน เช่น

หลังจากเรียนจบการฝึกอบรมแล้ว คนต่างชาติที่ต้องการอยู่ทำงานในเยอรมนีต่อ สามารถขอเปลี่ยนจาก วีซ่าเพื่อการฝึกอบรม (Ausbildungsvisum) เป็น วีซ่าทำงาน (Beschäftigungsvisum) ได้ แต่ต้องผ่านเงื่อนไขหลายข้อที่ทางการเยอรมันกำหนดไว้

เงื่อนไขหลักในการต่อวีซ่าทำงาน

✅ ต้องจบการฝึกอบรมอย่างสมบูรณ์

  • ➤ ต้องมีใบรับรองการจบหลักสูตร (Abschlusszeugnis) จากสถาบันหรือหอการค้า (เช่น IHK หรือ HWK)
  • ➤ หากยังไม่จบหรือสอบไม่ผ่าน จะไม่สามารถขอเปลี่ยนวีซ่าได้

✅ ต้องหางานในสาขาที่เรียนจบ

  • ➤ งานที่สมัครต้องเกี่ยวข้องกับสาขาการฝึกอบรมที่คุณเรียนจบมา เช่น
    • – เรียนสาขาพยาบาล → ทำงานในโรงพยาบาลหรือสถานดูแลผู้สูงอายุ
    • – เรียนสาขาช่างไฟฟ้า → ทำงานในบริษัทติดตั้งระบบไฟฟ้า
  • ➤ หากสมัครงานนอกสาขา อาจจะไม่ผ่านการอนุมัติ

✅ ต้องมีสัญญาจ้างงาน (Arbeitsvertrag)

  • ➤นายจ้างต้องออกสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการ ระบุเงินเดือน ชั่วโมงทำงาน และตำแหน่งงาน
  • ➤ เงินเดือนต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของอาชีพนั้น

✅ ต้องมีที่พักและประกันสุขภาพในเยอรมนี

  • ➤ ต้องแสดงหลักฐานที่พัก (Wohnungsnachweis) และประกันสุขภาพ (Krankenversicherung) ที่ยังไม่หมดอายุ

✅ ต้องยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่กำหนด

  • ➤ หลังจบการฝึกอบรมจะได้รับสิทธิ์อยู่ต่อได้อีก 12 เดือน เพื่อหางานในสาขาที่เรียน
  • ➤ หากหางานได้ภายในช่วงนี้ สามารถยื่นขอวีซ่าทำงานได้ทันที

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

ตัวอย่างที่ 1
มินะ จากไทยเรียนจบการฝึกอบรมสาขาพ่อครัวในเมืองฮัมบูร์ก หลังจบ เธอได้งานในร้านอาหารเยอรมันที่ออกสัญญาจ้างให้ เธอยื่นเอกสารต่อวีซ่าทำงานพร้อมสัญญาและใบจบการฝึกอบรมผลคือได้รับอนุมัติให้อยู่ต่ออีก 2 ปี

ตัวอย่างที่ 2
อาเหม็ด จากอียิปต์เรียนจบการฝึกอบรม สาขาช่างเทคนิค แต่หางานในสาขาไม่ได้ภายใน 12 เดือน เขาจึงต้องกลับประเทศ เพราะไม่สามารถต่อวีซ่าทำงานได้

Gut zu wissen - รู้ไว้ก็ดีนะ 

การต่อวีซ่าทำงานหลังฝึกอบรมจบ ไม่ได้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ต้องมีงานในสาขาที่เรียน สัญญาจ้างที่ถูกต้อง และเอกสารครบถ้วน หากเตรียมตัวล่วงหน้าและหางานตั้งแต่ช่วงท้ายของการเรียน จะเพิ่มโอกาสได้รับอนุมัติวีซ่าทำงานได้มากขึ้น

แนวทางและคำแนะนำในการหา Ausbildung ในเยอรมนีสำหรับคนต่างชาติ

✅ เตรียมความพร้อมด้านภาษาเยอรมัน

ภาษาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการสมัครการฝึกอบรม เพราะทั้งการเรียนและการทำงานใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก

  • ➤ เรียนภาษาให้ถึงระดับ B1–B2 ตามที่นายจ้างส่วนใหญ่ต้องการ
  • ➤ ฝึกพูดและฟังจากสื่อเยอรมัน เช่น ข่าว พอดแคสต์ หรือซีรีส์
  • ➤ หากมีใบรับรองภาษา (เช่น Goethe, TELC, ÖSD) จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ

✅ เลือกสาขาอาชีพที่เหมาะกับตนเอง

Ausbildung ในเยอรมนี มีหลายสาขา เช่น

ควรเลือกสาขาที่ตรงกับความสนใจและความสามารถ เพื่อให้เรียนและทำงานได้อย่างมีแรงจูงใจ และไม่ท้อ

หาตำแหน่งการฝึกอบรมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

เว็บไซต์และองค์กรที่ช่วยหาที่เรียนที่ฝึกอบรมได้แก่

  • www.make-it-in-germany.com – เว็บไซต์ทางการของรัฐบาลเยอรมัน
  • www.arbeitsagentur.de – เว็บไซต์ของสำนักงานแรงงานเยอรมัน
  • ➤ ติดต่อหอการค้า (IHK หรือ HWK) ในเมืองที่สนใจ

✅ เตรียมเอกสารสมัครให้ครบถ้วน

เอกสารที่ใช้สมัครที่จำเป็น ได้แก่

  • จดหมายสมัครงาน (Anschreiben)
  • ➤ ประวัติส่วนตัว (Lebenslauf)
  • ➤ ใบรับรองวุฒิการศึกษา (แปลเป็นภาษาเยอรมันโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง)
  • ➤ ใบรับรองความรู้ภาษาเยอรมัน
  • ➤ รูปถ่ายแบบสมัครงาน (Bewerbungsfoto)

เช็คลิสต์เอกสาร สมัครงานในเยอรมนี

✅ สมัครหลายๆที่พร้อมกัน

อย่าจำกัดตัวเองแค่เมืองเดียวหรือบริษัทเดียว เพราะการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะถ้าคุณต้องสมัครสมัครงานในบริษัทขนาดใหญ่ ให้ลองสมัครทั้งในเมืองใหญ่และเมืองเล็ก

หากถูกปฏิเสธ คุณควรถามเหตุผล เพื่อสามารถนำไปปรับปรุงใบสมัครครั้งต่อไปของคุณได้

✅ เตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ (Vorstellungsgespräch)

  • ➤ ฝึกตอบคำถามทั่วไป เช่น “ทำไมถึงอยากเรียนสาขานี้” หรือ “รู้จักบริษัทของเรามากแค่ไหน”
  • ➤ แต่งกายสุภาพและตรงต่อเวลา
  • ➤ แสดงความตั้งใจและความกระตือรือร้นในการเรียนรู้

6 Tipps ง่ายๆ สัมภาษณ์งานในเยอรมนี…ให้ได้งาน

✅ ตรวจสอบเรื่องวีซ่า

หากอยู่นอกสหภาพยุโรป ต้องขอ วีซ่าเพื่อการฝึกอบรมจากสถานทูตเยอรมันในประเทศของตน

  • ➤ ต้องมีจดหมายตอบรับจากบริษัทหรือสถาบันที่รับเข้าเรียน
  • ➤ต้องแสดงหลักฐานการเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน

✅ วางแผนสำรองไว้ด้วย

คุณอาจจะโชคดี ได้ที่ฝึกงานที่อยากทำเร็ว หรืออาจจะใช้เวลานานกว่านั้น การมีแผนสำรองจะช่วยให่คุณไม่ล้มเลิกในสิ่งที่คุณตั้งใจ เช่น คุณอาจจะเรียนภาษาเยอรมันเพื่อการอาชีพเพิ่มเติมพื่อให้คุณเพิ่มโอกาสในการหาบริษัทที่ฝึกอบรมให้มากขึ้น

การหา Ausbildung ต้องอาศัยการเตรียมตัวทั้งด้านภาษา เอกสาร และการหาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้

การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการหาที่เรียน Ausbildungให้เป็นไปได้ง่ายขึ้น หากเริ่มวางแผนล่วงหน้าและสมัครอย่างเป็นระบบ โอกาสได้รับที่เรียนและเริ่มต้นอาชีพในเยอรมนีจะสูงขึ้นมาก

สู้ๆค่ะ เราเชื่อว่าคุณทำได้

Cshow