Deutschland – การย้ายมาอยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส หรือประเทศอื่นในยุโรป อาจเป็นความฝันของหลายคน แต่ความเป็นจริงนั้น ไม่ได้โรแมนติกอย่างที่เห็นในโซเชียลมีเดียเสมอไป
ชีวิตในต่างแดนแลกมาด้วยความพยายาม ความอดทน และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม สภาพอากาศ และอาหารที่ราคาแพงและรสชาติไม่คุ้นเคย
นี่คือสิ่งที่อยากแชร์ให้คุณรู้ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจย้ายมาอยู่เยอรมนี ไม่ว่าจะมาเรียนต่อ มาทำ Ausbildung หรือมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
บ่อยครั้งแลกมากับความพยายามและความอดทน อดกลั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษา วัฒนธรรม สังคม สภาพอากาศ อาหารการกินที่แสนจะแพงและรสชาติไม่ได้ถูกปากอย่างที่คุ้นเคย และสิ่งต่างๆรอบตัวที่แตกต่างออกไป
🗝️ สิ่งที่ต้องเตรียมและต้องรู้ก่อนมา
ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ต่างประเทศ การเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เราต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษา วัฒนธรรม กฎหมาย และระบบการใช้ชีวิตของคนที่นั่น
1️⃣ เรียนภาษาเยอรมันให้ได้ก่อน

ถ้าจะพูดตรงๆ ภาษาสำคัญพอๆ กับเงินในกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน การซื้อของ หรือแม้แต่การไปส่งลูกโรงเรียน ภาษาเยอรมันคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ต่างจากประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่คนพร้อมเปลี่ยนมาพูดอังกฤษ คนเยอรมันส่วนใหญ่ไม่ทำแบบนั้น ถ้าคุณพูดเยอรมันไม่ได้ คุณอาจต้องยืนรอข้างๆ และหวังว่าจะมีคนที่พูดอังกฤษได้เดินผ่านมา
นอกจากนี้ ถ้าคุณอยากทำงานดีๆ มีสวัสดิการณ์ มีประกันสังคมในเยอรมนี คุณจำเป็นต้องเรียนภาษาเยอรมัน
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริง:
ครั้งหนึ่งไปที่ Amt (สำนักงานราชการ) แล้วพนักงานพูดเยอรมันอย่างเดียวเลย ไม่มีอังกฤษเลยสักคำ ถ้าตอนนั้นพูดเยอรมันไม่ได้ คงต้องกลับบ้านมือเปล่า หรือรอให้มีคนมาช่วย ซึ่งอาจต้องนัดใหม่อีกหลายอาทิตย์ต่อมา
ระดับภาษาที่แนะนำก่อนมา: อย่างน้อย A2 สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน และ B1 ขึ้นไปสำหรับการทำงานหรือเรียน Ausbildung
2️⃣ เตรียมเอกสารและหาที่พักก่อนมาถึง
วีซ่า หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตต่างๆ ต้องตรวจสอบและเตรียมให้พร้อมล่วงหน้า ส่วนการหาที่พักในเยอรมนี โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างมิวนิก แฟรงก์เฟิร์ต หรือฮัมบูร์ก ใช้เวลานานกว่าที่คิดมาก ควรเริ่มติดต่อล่วงหน้าหลายเดือน
การหาที่พักในเยอรมนีอาจจะใช้เวลาพอสมควร โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ควรเริ่มหาข้อมูลและติดต่อเจ้าของที่พักล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริง:
มีหลายคนที่บินมาถึงเยอรมนีแล้วยังไม่มีที่พักถาวร ต้องพักโฮสเทลหรืออาศัยบ้านเพื่อนไปก่อน แล้วค่อยวิ่งหาห้องเช่า ซึ่งในเมืองใหญ่นั้นห้องดีๆ หมดเร็วมาก บางคนส่ง email สมัครเช่าห้องไปหลายสิบเจ้า แต่ได้รับการตอบกลับแค่ 2-3 ที่เท่านั้น
เอกสารที่ต้องเตรียม:
Schufa (เครดิตสกอร์), หลักฐานรายได้ หรือจดหมายรับรองจากนายจ้าง/โรงเรียน เป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านมักขอเสมอ
3️⃣ วัฒนธรรมการทำงานแบบเยอรมัน
คนเยอรมันทำงานอย่างเป็นระบบ ตรงเวลา และมีขอบเขตชัดเจนระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว
การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานของคนที่นี่อาจต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่จะทำให้เราได้รับการยอมรับและความเคารพจากเพื่อนร่วมงาน
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริง:
➤ ถ้านัดประชุมตอน 9.00 น. คุณต้องอยู่ในห้องตอน 8.55 น. การมาสายแม้แค่ 5 นาทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ถือว่าไม่ให้เกียรติ
➤ เวลาเลิกงาน เพื่อนร่วมงานจะกลับบ้านทันทีโดยไม่รู้สึกผิด ไม่ต้องรอให้หัวหน้ากลับก่อน ต่างจากวัฒนธรรมไทยมาก
➤ การวิจารณ์งานกันตรงๆ ในที่ประชุม ไม่ใช่เรื่องหยาบคาย แต่คือการทำงานอย่างมืออาชีพในสายตาชาวเยอรมัน
4️⃣ สภาพอากาศ – อย่าเอาแค่ช่วงที่มาเที่ยวมาวัด

สภาพอากาศไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน บางคนชอบหนาว บางคนชอบร้อน บางคนขี้หนาว แต่ดันย้ายมาเมืองหนาว ก็ต้องปรับตัวกันไป การมาเที่ยวแค่ 2-3 อาทิตย์ คิดว่าตัวเองทนได้ อย่าลืมว่าถ้าย้ายมาอยู่ที่นี่ บางทีคุณอาจจะไม่เจอแสงแดดเลยตลอดทั้งอาทิตย์ก็มี
หลายคนมาเที่ยวช่วงหน้าร้อนแล้วบอกว่าทนได้ แต่ฤดูหนาวของเยอรมนีนั้นต่างออกไปมาก บางสัปดาห์คุณอาจไม่เห็นแสงแดดเลยสักครั้ง ท้องฟ้าเป็นสีเทาทึบทุกวัน บางคนเริ่มรู้สึกหดหู่โดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Seasonal Affective Disorder (SAD)
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริง:
ช่วงเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ บางวันออกจากบ้านตอน 8 โมงเช้า ฟ้ายังมืดอยู่ กลับบ้านตอนเกือบ 5 โมงเย็น ฟ้าก็มืดแล้ว รู้สึกเหมือนไม่ได้เจอแสงแดดทั้งวัน ทางออกคือออกไปเดินข้างนอกตอนกลางวันแม้แค่ 15 นาที
แต่สิ่งที่ชอบมาก คือ การเห็นธรรมชาติเปลี่ยนตามฤดูกาลอย่างชัดเจน ฤดูใบไม้ผลิที่ต้นไม้ผลิใบใหม่ ฤดูหนาวที่เด็กๆ ปั้นตุ๊กตาหิมะ ฤดูร้อนที่ครอบครัวออกปั่นจักรยานหรือนั่ง Biergarten แต่ละฤดูมีเสน่ห์ของตัวเอง
ถามสภาพอากาศภาษาเยอรมัน

5️⃣ มีอาชีพเป็นของตัวเอง
เงินตัวเอง ใช้แล้วสบายใจที่สุด
เงินตัวเอง ใช้แล้วสบายใจที่สุด ต่อให้มีคนดูแล การมีอาชีพเป็นของตัวเอง คือการยืนยันคุณค่าและศักยภาพของตัวเราเองเราเอง
การออกไปทำงาน มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่มันคือ การสร้างสังคมในอีกระดับหนึ่งให้กับตัวเราเอง ที่ไม่ใช่แค่การเป็นเพียงแม่บ้านและอยู่บ้านเลี้ยงลูกเท่านั้น
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริง:
เคยเจอหลายเคสที่แม่บ้านไทยในเยอรมนีพูดภาษาเยอรมันไม่ได้เลย เพราะพึ่งพาสามีทุกอย่างมาตลอด พอถึงวันที่ต้องออกไปข้างนอกคนเดียว ทำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่การโทรนัดหมอ ก็ยังต้องให้สามีโทรแทน การมีอาชีพบังคับให้เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเอง
6️⃣ ระบบราชการและความเป็นระเบียบ
นี่คือเรื่องที่หลายคนไม่ได้เตรียมใจไว้ เยอรมนีมีระบบราชการที่ละเอียดและใช้เวลามาก ทุกอย่างต้องทำเป็นขั้นตอน มีเอกสารรองรับ และมักต้องนัดล่วงหน้า
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริง:
➤ การลงทะเบียนที่อยู่ (Anmeldung) ต้องนัดคิวที่ Bürgeramt บางเมืองต้องรอคิวล่วงหน้า 4–6 สัปดาห์
➤ การเปิดบัญชีธนาคาร บางแห่งยังต้องส่งเอกสารทางไปรษณีย์ และรอรับ PIN ทางจดหมายอีกต่างหาก
➤ ถ้าพลาดจดหมายสำคัญจาก Finanzamt (กรมสรรพากร) เพราะไม่รู้ภาษา อาจโดนค่าปรับโดยไม่รู้ตัว
Tips:
เปิด app หรือเว็บไซต์ของเมืองที่อยู่ไว้เลย และเก็บเอกสารทุกอย่างในแฟ้มให้เป็นระเบียบ เพราะวันไหนก็ตามที่ต้องการเอกสาร มักต้องการด่วนเสมอ
7️⃣ ความเหงาและสุขภาพจิต
เรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่สำคัญมาก ความเหงาในต่างแดนเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะช่วงแรกที่ยังไม่มีเพื่อน ยังปรับตัวไม่ได้ และยังไม่คุ้นกับวิถีชีวิตที่นี่
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริง:
ช่วงปีแรกในเยอรมนี มีวันที่นั่งร้องไห้คนเดียวในห้อง ไม่ได้เพราะมีเรื่องเลวร้ายอะไร แต่แค่รู้สึกว่าโลกรอบข้างมันเงียบเกินไป คนแถวบ้านไม่ทักกัน เพื่อนบ้านเข้าออกโดยไม่สบตา ซึ่งต่างจากวัฒนธรรมไทยที่เราคุ้นเคย
ทางออก: หากลุ่มคนไทยในเมืองที่อยู่ผ่านกลุ่ม Facebook หาชมรมหรือกิจกรรมในชุมชน เช่น คอร์สภาษา ชมรมกีฬา หรือกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อสร้างสังคมใหม่ให้ตัวเอง
8️⃣ พร้อมปรับตัวอยู่เสมอ
ย้ายมาอยู่เมืองนอกใหม่ๆ ไม่ได้สบายอย่างที่หลายๆคนคิด ไม่ว่าจะผู้คน วัฒนธรรม การปฏิบัติตัวที่แตกต่างออกไป สิ่งต่างๆเหล่านี้ คือ สิ่งที่เราต้องปรับตัว ถ้าเราไม่พร้อมที่จะปรับตัว เราจะอยู่ลำบากมาก
การปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ นอกจากจะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสบายแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริง:
คนเยอรมันไม่ได้เย็นชาอย่างที่คิด แต่พวกเขาแค่ต้องการเวลาในการเปิดใจ ถ้าคุณทักทายเพื่อนบ้านทุกวัน ยิ้มให้ ถือประตูให้ เดี๋ยวก็จะค่อยๆ เริ่มคุยกันได้เอง มีเพื่อนบ้านชาวเยอรมันบางคนที่ตอนแรกไม่เคยยิ้มให้เลย แต่ผ่านไป 6 เดือนกลายเป็นคนที่ช่วยรับพัสดุให้และฝากผักจากสวนให้หน้าประตูบ้าน
7️⃣ ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเพื่อนเรา
คนไทยในต่างแดนส่วนใหญ่ใจดีและพร้อมช่วยเหลือกัน แต่เหมือนทุกสังคม มีทั้งคนดีและคนที่หวังผลประโยชน์
ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้น เพื่อนร่วมงานชาวเยอรมันเองก็มีที่ชอบนินทาชาวบ้าน หรือ เพื่อนร่วมงาน จะคบใครเลือกให้ดี
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริง:
มีกรณีที่คนไทยในกลุ่ม Facebook เสนอช่วยหางาน ช่วยหาที่พัก หรือช่วยทำวีซ่า แต่สุดท้ายแล้วมีค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่ หรือข้อมูลที่ให้มาไม่ถูกต้อง ระวังคนที่รีบเสนอตัวช่วยเกินไปโดยไม่มีเหตุผล และควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้เสมอ
8️⃣ อาหาร – ต้องหัดทำเองถ้าอยากกินอร่อย

อาหารเยอรมันไม่ได้ถูกปากทุกคน และการกินข้างนอกบ่อยๆ นั้นแพงมาก
ถ้าคุณอยากกินอาหารไทยอร่อยๆ และราคาไม่แพงมาก คุณต้องหัดทำอาหารเอง ถึงแม้ว่าราคาของวัตุดิบ ต่างๆ เช่น มะละกอ ใบกะเพรา หรือ เครื่องเทศต่างๆจะแพงกว่าที่เมืองไทยมาก แต่ก็ยังถูกกว่าสั่งตามร้านอาหาร
💬 ตัวอย่างจากชีวิตจริง:
ผัดกะเพราจานเดียวที่ร้านอาหารไทยในเยอรมนี ราคาอาจอยู่ที่ 14–18 ยูโร (ประมาณ 550–700 บาท) และรสชาติก็ไม่ได้แซบเหมือนที่เมืองไทยเสมอไป แต่ถ้าซื้อวัตถุดิบมาทำเองที่บ้าน แม้ใบกะเพราจะแพงกว่า ค่าใช้จ่ายรวมก็ยังถูกกว่ากินร้านอย่างน้อย 3 เท่า และสำคัญที่สุดคือ ทำได้ถูกปากตัวเองแน่นอน
ร้านที่หาวัตถุดิบไทยได้: ร้าน Asia Shop มีอยู่ในเกือบทุกเมืองใหญ่ และ Online Shop อย่าง ก็ส่งของถึงบ้าน

บทเรียนที่ได้จากชีวิตในต่างแดน
การย้ายมาอยู่เยอรมนีให้มากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ แต่คือการเติบโต ได้เรียนรู้ว่าตัวเองเข้มแข็งกว่าที่คิด ได้เปิดใจรับวัฒนธรรมใหม่ และได้สร้างมิตรภาพที่มีคุณค่า
ทุกอย่างมีราคาของมัน ราคาที่ต้องจ่ายคือความพยายาม ความอดทน และการไม่ยอมแพ้
วันหนึ่งคุณจะมองย้อนกลับไปแล้วบอกตัวเองว่า
“เฮ้ย! มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดมันทำให้เราโตขึ้นเห็นโลกในมุมที่ต่างออกไป… แล้วภาษาเยอรมันก็ไม่ได้ยากอะไรเลย แค่ต้องใช้บ่อยๆ“
เส้นทางของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ตราบใดที่ยังไม่ท้อ ยังพร้อมที่จะก้าวต่อ จุดหมายนั้นอยู่แค่เอื้อม

Leave a Review