หลายคนที่มาอยู่เยอรมนี (Deutschland) เพื่อเรียนต่อ มาเพื่อทำ Ausbildung ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ครั้งแรก บอกว่า ‘ช็อก’ — ไม่ใช่เพราะหนาว แต่เพราะทุกอย่างต่างจากไทยมาก ตั้งแต่วิธีคิด วิธีสื่อสาร ไปจนถึงวิธีทิ้งขยะ
แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง ความแตกต่างเหล่านั้นคือ บทเรียน ที่คุณไม่ต้องเสียเงินเรียน — แค่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ คุณก็ได้ทักษะที่มีค่ามากมาย
เราได้รวบรวม 5 ทักษะที่คนไทยแทบทุกคนได้เรียนรู้จากการอยู่เยอรมนีพร้อมตัวอย่างจริง และคำแนะนำที่ใช้ได้จริง เพื่อให้ชีวิตที่นี่มีความสุขมากขึ้น
1️⃣ วางแผนล่วงหน้าเป็นนิสัย (Planung)

ในไทย เราเคยชินกับวัฒนธรรม ‘แล้วค่อยคิด’ ไปร้านอาหารไม่ต้องจอง ไปหาหมอได้เดินเข้าไปเลย ซื้อตั๋วรถทัวร์ในวันเดินทางก็ยังได้ แต่ในเยอรมนี (Deutschland) — ทุกอย่างต้องวางแผน
- ➤ นัดหมอ (Arzttermin) ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์
- ➤ ตั๋ว Deutsche Bahn ถูกกว่าถ้าจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ผ่าน Sparpreis
- ➤ ร้านอาหารดังๆ ต้องจองโต๊ะล่วงหน้า
- ➤ แม้แต่ Paket ที่ส่ง DHL ยังต้องจัดตารางรับให้ดี
📖 ตัวอย่าง
สถานการณ์: อยากไปเที่ยว Munich ช่วง Oktoberfest
ปฏิกิริยา: จองโรงแรมและตั๋วรถไฟล่วงหน้า 3 เดือน
ผลลัพธ์: ประหยัดได้กว่า 60% และได้ห้องดี ไม่ต้องนอนไกลเมือง
Tips
คำแนะนำ: ใช้การวางแผนให้เป็นประโยชน์
📅 ใช้ Google Calendar จริงจัง ตั้ง reminder ล่วงหน้า 2 สัปดาห์สำหรับทุกนัดหมายสำคัญ
🗓️ จองวันหยุดก่อนเสมอ Urlaubsantrag ในที่ทำงานหรือ Ausbildungsbetrieb ต้องยื่นล่วงหน้า — อย่ารอจนใกล้วัน
2️⃣ แยกขยะได้แม่นยำ (Mülltrennung)

ระบบแยกขยะของคนเยอรมันอาจทำให้คนที่ย้ายมาอยู่ใหม่ๆปวดหัว แต่จริงๆ แล้วมันสอนให้เราตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม และรู้จักรับผิดชอบต่อสังคม
- 🟫 Restmüll — ขยะทั่วไปที่ไม่ใช่รีไซเคิล (เก็บทุก 2 สัปดาห์)
- 🔵 Papiertonne — กระดาษ กล่อง หนังสือพิมพ์
- 🟡 Gelber Sack / Gelbe Tonne — บรรจุภัณฑ์พลาสติก โลหะ
- 🟤 Biotonne — เศษอาหาร เปลือกไข่ ใบไม้
- ⬜ Altglas — ขวดแก้ว แยกตามสี (Weiß / Braun / Grün)
📖 ตัวอย่าง
สถานการณ์: ทิ้งกล่องพิซซ่า (มีคราบน้ำมัน) ลงถังสำหรับกระดาษ (Papiertonne)
ปฏิกิริยา: เพื่อนบ้านเตือนว่าต้องทิ้งขยะทั่วไปที่ไม่ใช่รีไซเคิล (Restmüll)
ผลลัพธ์: เรียนรู้เพิ่มขึ้นและเข้าใจว่าเยอรมันจริงจังเรื่องนี้มาก
Tips
คำแนะนำ: ทำให้มันง่าย
🗑️ ติดป้ายที่ถังในบ้าน พิมพ์รูปสัญลักษณ์ขยะแต่ละประเภทแปะไว้ — ช่วยได้มากโดยเฉพาะช่วงแรก
📱 ดาวน์โหลดแอป Abfall+ หลายเมืองมีแอปบอกวันเก็บขยะแต่ละประเภท และตอบคำถาม ‘ทิ้งที่ไหน’
3️⃣ รู้จักสิทธิของตัวเองและกล้าเรียกร้อง (Rechte kennen)

ในไทยเราถูกสอนให้อ่อนน้อม ยอมแพ้ ไม่เถียง แต่ในเยอรมนี สิทธิ์ของแต่ละคนได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายอย่างจริงจัง และการเรียกร้องสิทธิ์ไม่ถือว่าหยาบคาย แต่คือสิ่งที่ถูกต้อง
- ➤ ค่าจ้างน้อยกว่าที่ตกลง → สามารถเขียน schriftliche Abmahnung ถึงนายจ้างได้นะ
- ➤ ร้านค้าขายสินค้าชำรุด → มีสิทธิ์คืนสินค้าภายในช่วงเวลาที่กฏหมายกำหนด (Gewährleistung) 2 ปี
- ➤ บริษัทประกันปฏิเสธค่าสินไหม → สามารถร้องเรียนได้ เช่น ปรึกษา Verbraucherzentrale ฟรี
- ➤ เจ้าของบ้านไม่คืนเงินประกัน (Kaution) → มีสิทธิ์ฟ้องร้องผ่าน Mieterverein ได้
📖 ตัวอย่าง
สถานการณ์: นายจ้างจ่ายค่าฝึกอบรม (Ausbildungsvergütung) ช้ากว่ากำหนดทุกเดือน
ปฏิกิริยา: ส่งอีเมลสุภาพแต่ชัดเจน อ้างอิง Berufsausbildungsvertrag
ผลลัพธ์: นายจ้างโอนเงินทันที และไม่เกิดปัญหาซ้ำอีก
Tips
คำแนะนำ: รู้แหล่งช่วยเหลือฟรี
🏛️ Verbraucherzentrale ให้คำปรึกษาทางกฎหมายเบื้องต้นราคาถูกหรือฟรีในหลายเมือง
📋 เก็บเอกสารทุกอย่าง สัญญา อีเมล ใบเสร็จ — ในเยอรมนีทุกอย่างต้องมีหลักฐาน
4️⃣ อยู่กับตัวเองได้และไม่กลัวความเงียบ (Einsamkeit meistern)

สังคมในเยอรมนี (Deutschland) มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าที่เมืองไทยมาก ทำให้คนไทยหลายคนรู้สึก ‘เหงา’ ช่วงแรก เพราะขาด ‘ชุมชน’ แบบที่เคยมีในไทย แต่ความเงียบนี้ก็มีด้านที่ดี
- ➤ มีเวลาคิดและทบทวน และอยู่กับตัวเองมากขึ้น
- ➤เรียนรู้ที่จะไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา
- ➤ พัฒนา หา hobby หรือกิจกรรมใหม่ ๆ— หลายคนเริ่มทำอาหาร เย็บปัก วาดรูป หรือปลูกผักระหว่างอยู่ที่นี่
📖 ตัวอย่าง
สถานการณ์: วันหยุดยาว เพื่อนไม่ว่าง ร้านค้าปิด ไม่รู้จะทำอะไร
ปฏิกิริยา: เริ่มปลูกสมุนไพรไทยที่ระเบียง (Balkon) และเรียนรู้ที่จะอาหารเอง
ผลลัพธ์: ได้ทักษะใหม่ รู้สึกภูมิใจในตัวเอง
Tips
คำแนะนำ: สร้างชุมชนใหม่ในแบบของคุณ
👥 หากลุ่มคนไทยในเมือง Facebook Group ‘คนไทยในเยอรมัน’ หรือ ‘ไทยใน…’ มีอยู่แทบทุกเมืองใหญ่
🌱 หา Verein หรือ Hobby Group เยอรมนีมี สมาคม (Verein) สำหรับทุกความสนใจ — ตั้งแต่ทำสวน ร้องเพลง ไปจนถึงเล่นกีฬา
5️⃣ สื่อสารตรงๆ โดยไม่เสียมารยาท (Direkte Kommunikation)

วัฒนธรรมไทยสอนให้เราอ้อมค้อม กลัวกระทบน้ำใจคนอื่น พูด ‘ได้ค่ะ’ ทั้งๆ ที่ไม่เห็นด้วย แต่ในเยอรมนี การพูดตรงๆ ถือเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และความเคารพ
- ➤ พูด ‘Nein’ ได้ โดยไม่ต้องรู้สึกผิด
- ➤ แสดงความไม่เห็นด้วยในที่ประชุม — ถือเป็นเรื่องปกติและดี
- ➤ บอกความต้องการตรงๆ เช่น ‘Ich brauche mehr Zeit für diese Aufgabe’
- ➤ ให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์ แทนที่จะนิ่งเงียบ
📖 ตัวอย่าง
สถานการณ์: ครูฝึกอบรม (Ausbilder) ให้งานที่ไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรกันแน่
ปฏิกิริยา: พูดตรงๆ ว่า 'Könnten Sie /Könntest du das bitte genauer erklären? Ich möchte sicherstellen, dass ich es richtig verstehe.'
"คุณช่วยอธิบายเรื่องนี้ให้ละเอียดกว่านี้ได้ไหม ฉันอยากให้แน่ใจว่าเข้าใจถูกต้อง"
ผลลัพธ์: ได้คำอธิบายชัดเจน งานออกมาดี และครูฝึกอบรมประทับใจในตัวคุณ
Tips
คำแนะนำ: ฝึกเป็นคน ‘ตรง’ แบบมีไมตรี
🗣️ ใช้ ‘Ich-Botschaft’ แทนที่จะโทษคนอื่น ใช้ประโยค ‘ฉันรู้สึก…’ เช่น ‘Ich fühle mich überfordert wenn…’
✍️ ฝึกพูดก่อนนำไปใช้จริง ถ้ายังไม่มั่นใจภาษา เขียนประโยคที่จะพูดไว้ก่อน แล้วซ้อมกับตัวเองหรือเพื่อน
เยอรมนี (Deutschland) ) สอนการใช้ชีวิต
การมาอยู่เยอรมันไม่ใช่แค่การย้ายที่อยู่ แต่คือการเติบโต ทักษะทั้ง 5 ที่กล่าวมานี้ไม่ได้เรียนได้จากหนังสือ แต่ได้จากการลองผิดลองถูก ล้มแล้วลุก และใช้ชีวิตอย่างกล้าหาญในประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิด
ถ้าคุณกำลังจะมาเยอรมนี หรือเพิ่งมาถึง — จงรู้ไว้ว่า ทุกความยากลำบากที่เจออยู่ตอนนี้ คือทักษะที่คุณกำลังสร้าง และหล่อหล่อมให้ตัวคุณเอง ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม
- วีซ่า Ausbildung เยอรมนี| คู่มือสำหรับผู้สมัครจากประเทศไทย
- แชร์ประสบการณ์ย้ายมาอยู่เยอรมนี | ความจริงที่ไม่มีใครบอกคุณ
- Ausbildung ในเยอรมนี | 5 สาขาที่คนไทยสมัครง่าย
มีคำถามเพิ่มเติม?
ติดต่อเราได้เลยโดยตรง — ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
เราตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการเรียนและการทำงานในเยอรมนี 🇩🇪 🇹🇭

Leave a Review