Das Leben in Deutschland หรือ การใช้ชีวิตในเยอรมนี สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือ การวางแผนด้านการเงิน สำหรับผู้ที่กำลังจะย้ายมาอยู่เยอรมนี ไม่ว่าจะมาเรียน ทำงาน ทำ Ausbildung การวางแผนชีวิตและวางแผนการเงินระยะยาวเป็นสิ่งจำเป็น เพราะค่าครองชีพในแต่ละเมืองแตกต่างกัน และระบบการเงินของเยอรมนีก็มีรายละเอียดเยอะ

ค่าครองชีพโดยทั่วไปในเยอรมนี
ค่าครองชีพในเยอรมนีขึ้นอยู่กับเมืองที่คุณเลือกอาศัยอยู่ โดยเมืองใหญ่ เช่น มิวนิก (München) แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt am Main) และ ฮัมบูร์ก (Hamburg) จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเมืองเล็กเช่น ไลพ์ซิก (Leipzig) ไมนซ์ (Mainz) ฮันโนเวอร์ (Hannover) หรือ เดรสเดน (Dresden)
โดยทั่วไป เมืองที่มีค่าครองชีพและค่าเช่าอพาร์ทเมนท์สูงที่สุดในเยอรมนี มักจะสัมพันธ์กับระดับรายได้เฉลี่ย ความหนาแน่นของประชากร ความเจริญทางการค้าและเทคโนโลยี และความต้องการที่อยู่อาศัย โดยสามารถเรียงลำดับได้ดังนี้

✅ มิวนิก (München)
มิวนิกถือเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในเยอรมนี โดยเฉพาะค่าเช่าที่อยู่อาศัย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศมากกว่า 50% เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ที่เป็นที่ดึงดูดความสนใจของต่างชาติ
✅ แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt am Main)
เมืองศูนย์กลางการเงินของยุโรป มีสำนักงานใหญ่ของธนาคารยุโรป (ECB) และบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง ค่าที่พักและอาหารค่อนข้างแพง
✅ เบอร์ลิน (Berlin)
เคยเป็นเมืองที่ค่าครองชีพไม่สูงมาก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ค่าเช่าและค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความนิยมของชาวต่างชาติและนักลงทุน
✅ ฮัมบูร์ก (Hamburg)
เมืองท่าขนาดใหญ่ มีคุณภาพชีวิตดีเยี่ยม แต่ค่าเช่าและค่าบริการต่าง ๆ ก็สูงตามไปด้วย โดยเฉพาะในเขตใจกลางเมือง
✅ สตุ๊ตการ์ต (Stuttgart)
เมืองอุตสาหกรรมยานยนต์ ถือเป็นที่ตั้งของบริษัทรถยนต์ระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz และ Porsche รายได้เฉลี่ยสูง แต่ค่าครองชีพก็สูงตามไปด้วย
✅ ไฟรบวร์ก (Freiburg)
ไฟรบวร์กมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองมหาวิทยาลัยทั่วไป เช่น บอนน์ หรือไมนซ์ แต่ยังต่ำกว่ามิวนิกและแฟรงก์เฟิร์ต จุดเด่นคือคุณภาพชีวิตดี เมืองสะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะกับผู้ที่ชอบบรรยากาศสงบและใกล้ธรรมชาติ
ค่าครองชีพใน ไฟรบวร์ก (Freiburg im Breisgau) อยู่ในระดับ ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเมืองขนาดกลางอื่นในเยอรมนี เนื่องจากเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพชีวิตดี อยู่ใกล้ธรรมชาติ และได้รับความนิยมจากทั้งชาวเยอรมันและชาวต่างชาติ
✅ ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg)
ไฮเดลเบิร์กนอกจากจะเป็นเมืองที่สวยงาม นาสเที่ยวแล้ว แต่ยังมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองมหาวิทยาลัยทั่วไป เช่น ไลพ์ซิก (Leipzig) หรือ ดอร์ทมุนด์ (Dortmund) แต่ยังถูกกว่ามิวนิกหรือแฟรงก์เฟิร์ต เหมาะกับผู้ที่ต้องการคุณภาพชีวิตดี เมืองสงบ
ค่าครองชีพใน ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) จัดอยู่ในระดับ ปานกลางค่อนไปทางสูง เมื่อเทียบกับเมืองอื่นในเยอรมนี
✅ พอทสดัม (Potsdam)
ค่าครองชีพใน พอทสดัม (Potsdam) อยู่ในระดับ ปานกลางถึงค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเมืองอื่นในรัฐบรันเดนบวร์ก (Brandenburg) เนื่องจากอยู่ใกล้กรุงเบอร์ลินและเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีทั้งสถาบันการศึกษาและสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมาย
พอทสดัมมีค่าครองชีพใกล้เคียงกับเบอร์ลิน แต่บรรยากาศสงบกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้เมืองใหญ่แต่ยังคงความเงียบสงบและคุณภาพชีวิตดี โดยเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัย Potsdam และผู้ที่ทำงานในเบอร์ลินแต่พักอาศัยนอกเมือง
✅ ดุสเซลดอร์ฟ (Düsseldorf)
ดุสเซลดอร์ฟมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองใหญ่อย่างโคโลญ (Köln) เล็กน้อย โดยเฉพาะค่าเช่าที่พัก แต่มีคุณภาพชีวิตดี เมืองสะอาด ปลอดภัย และมีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก เหมาะกับทั้งนักศึกษา
✅ ไมนซ์ (Mainz)
ค่าครองชีพใน ไมนซ์ (Mainz) อยู่ในระดับ ปานกลางถึงค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเมืองมหาวิทยาลัยอื่นในเยอรมนี เนื่องจากอยู่ใกล้แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt am Main) ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ทำให้ค่าเช่าและค่าครองชีพได้รับอิทธิพลจากพื้นที่รอบข้าง
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน (ต่อคน):
- ➤ ค่าเช่าห้อง (ห้องเดี่ยวหรือแชร์แฟลต): 400–900 ยูโร
- ➤ ค่าอาหารและของใช้ประจำวัน: 250–400 ยูโร
- ➤ ค่าเดินทาง (ตั๋วขนส่งสาธารณะ): 49 ยูโร (Deutschlandticket)
- ➤ ค่าประกันสุขภาพ: 100–120 ยูโร (นักเรียน) / 200–400 ยูโร (พนักงาน)
- ➤ ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต: 30–50 ยูโร
- ➤ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ: 100–200 ยูโร
รวมโดยประมาณ: 900–1,800 ยูโรต่อเดือน นี่คือ ค่าครองชีพโดยคร่าวๆ
ที่สำคัญ คือ ค่าครองชีพหรือค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน นอกจากจะขึ้นอยู่กับเมือง รูปแบบการใช้ชีวิตของคุณเองก็มีผลอย่างมาก
2️⃣ การเปิดบัญชีธนาคารในเยอรมนี
การเปิดบัญชีธนาคารในเยอรมนี (Bankkonto eröffnen) เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ ทำงาน หรือเรียนในประเทศนี้ เพราะบัญชีธนาคารจำเป็นสำหรับการรับเงินเดือน จ่ายค่าเช่า หรือทำธุรกรรมทั่วไป
ประเภทของบัญชีธนาคารในเยอรมนี
- ➤ Girokonto (บัญชีเดินสะพัด) – ใช้สำหรับธุรกรรมประจำวัน เช่น รับเงินเดือน โอนเงิน หรือจ่ายบิล รายการต่างๆ
- ➤ Sparkonto (บัญชีออมทรัพย์) – ใช้เก็บเงินออมและได้รับดอกเบี้ย
- ➤ Studentenkonto (บัญชีนักเรียน/นักศึกษา) – สำหรับนักเรียนหรือนักศึกษา มักไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน
4 ขั้นตอนง่ายๆ เปิด Sperrkontos (Blocked Accounts) ในเยอรมนี
เอกสารที่ต้องใช้ในการเปิดบัญชี
- ➤ หนังสือเดินทาง (Reisepass)
- ➤ใบอนุญาตพำนัก (Aufenthaltserlaubnis)
- ➤ ใบลงทะเบียนที่อยู่ (Anmeldebestätigung)
- ➤ หลักฐานรายได้หรือจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย (ถ้ามี)
ขั้นตอนการเปิดบัญชี
- 1. เลือกธนาคาร – เช่น Deutsche Bank, Commerzbank, Sparkasse, N26, หรือ DKB
- 2. กรอกใบสมัคร – ทำได้ที่สาขาหรือออนไลน์ (บางธนาคารรองรับการยืนยันตัวตนผ่านวิดีโอคอล)
- 2. ยืนยันตัวตน (Identitätsprüfung) – ใช้บริการที่ไปรษณีย์ หรือ App (PostIdent) หรือ ผ่านวิดีโอ
- 4. รอรับเอกสารและบัตร – เมื่อบัญชีได้รับการอนุมัติ ธนาคารจะส่งบัตรเดบิต (EC-Karte) และรหัส PIN แยกกันทางไปรษณีย์
ตัวอย่าง
สมมติว่ามีนา เป็นนักศึกษาที่เบอร์ลิน ต้องการเปิดบัญชีเพื่อรับเงินจากครอบครัวที่เมืองไทย ที่จะส่งเงินเดือนเข้าให้ทุกเดือน
- ➤ มินเลือกเปิดบัญชีกับ Deutsche Bank
- ➤ ใช้หนังสือเดินทางและจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย
- ➤ ยืนยันตัวตนผ่านวิดีโอคอล
- ➤ ภายใน 2 วัน มินได้รับการยืนยันและสามารถใช้แอป Deutsch Bank เพื่อโอนเงินและจ่ายบิลได้ทันที
Gut zu wissen - รู้ไว้ก็ดีนะ
บางธนาคารอาจมีค่าธรรมเนียมรายเดือน (เช่น 5–10 ยูโร) หากยอดเงินในบัญชีต่ำกว่าที่กำหนด หรือไม่มีรายได้ประจำเข้าบัญชี
3️⃣ การจัดการค่าใช้จ่ายประจำเดือน
- ➤ จัดทำ งบประมาณรายเดือน (Budget Plan) เพื่อควบคุมรายจ่าย
- ➤ ใช้แอปจัดการการเงิน เช่น Finanzguru, N26, หรือ Revolut
- ➤ ตั้งระบบหักบัญชีอัตโนมัติ (Lastschrift) สำหรับจ่ายค่าเช่าบ้าน ประกัน และอินเทอร์เน็ต
Gut zu wissen - รู้ไว้ก็ดีนะ
ในเยอรมนี อาจจะยังมีหลายร้านค้า ที่ยังรับเฉพาะเงินสด (Bargeld) โดยเฉพาะร้านอาหารเล็ก ๆ หรือร้านเบเกอรี่ ควรพกเงินสดเล็กๆน้อยติดตัวไว้เสมอ
4️⃣ การทำประกันสุขภาพและประกันอื่น ๆ
คนเยอรมันให้ความสำคัญกับการทำประกันมาก การทำประกันไม่ใช่เพียงเรื่องของกฎหมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการใช้ชีวิต คนเยอรมันเชื่อว่าการเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยง คือการดูแลทั้งตนเองและผู้อื่นอย่างมีความรับผิดชอบ เช่น
- ➤ ประกันสุขภาพ (Krankenversicherung): บังคับสำหรับทุกคนที่อาศัยอยู่ในเยอรมนี
- ➤ ประกันความรับผิดส่วนบุคคล (Haftpflichtversicherung): คุ้มครองกรณีทำทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย เช่น ทำโทรศัพท์เพื่อนตกแตก
- ➤ ประกันทรัพย์สิน (Hausratversicherung): คุ้มครองทรัพย์สินภายในที่พัก
5️⃣ การวางแผนภาษีและรายได้
ในเยอรมนี ระบบภาษีมีความซับซ้อนและมีผลโดยตรงต่อรายได้สุทธิของแต่ละคน การวางแผนภาษี (Steuerplanung) และรายได้ (Einkommensplanung) จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระภาษีอย่างถูกกฎหมาย และเตรียมความพร้อมทางการเงินในระยะยาว
การรู้จักระบบภาษีและการจัดการรายได้อย่างมีวินัยคือพื้นฐานของความมั่งคั่งและความมั่นคงในชีวิต เช่น
- ➤ หากทำงานในเยอรมนี จะถูกหักภาษีรายได้ (Lohnsteuer) และเงินสมทบประกันสังคมโดยอัตโนมัติ
- ➤ ควรยื่นแบบภาษีประจำปี (Steuererklärung) เพื่อขอคืนภาษีบางส่วน
- ➤ นักเรียนที่ทำงานพาร์ทไทม์ไม่เกิน 520 ยูโรต่อเดือน (Minijob) จะได้รับการยกเว้นภาษี
6️⃣ การเตรียมเงินสำรองก่อนเดินทาง
ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 3–6 เดือนของค่าครองชีพ เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในช่วงแรก เช่น
- ➤ เงินมัดจำห้องพัก (Kaution) ประมาณ 2–3 เดือนของค่าเช่า
- ➤ ค่าเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน ห้องพักในเยอรมนีส่วนมากจะเป็นห้องเปล่าๆ ที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ใดๆเลย บางทีไม่มีครัวด้วยซ้ำ ดังนั้นก่อนจะเช่าห้อง ควรดูให้แน่ใจว่า อะไรบ้างที่คุณต้องหาซื้อเพิ่ม
- ➤ ค่าธรรมเนียมเอกสารและการเดินทาง
7️⃣ การใช้ชีวิตอย่างประหยัดในเยอรมนี
- ➤ ซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัด เช่น Aldi, Lidl, Penny หรือ Netto ซึ่งราคาถูกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่
- ➤ ใช้บัตรนักเรียนหรือบัตรพนักงานเพื่อรับส่วนลดในพิพิธภัณฑ์ โรงภาพยนตร์ และระบบขนส่ง
- ➤ ซื้อของมือสอง (Secondhand) เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า จากเว็บไซต์ Kleinanzeigen หรือร้าน Secondhand
Gut zu wissen - รู้ไว้ก็ดีนะ
การซื้อและใช้ของมือสองในเยอรมนี ถือเป็นเรื่องปกติมากสำหรับทุกคน แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะคนที่มีรายได้ต่ำเท่านั้น ที่จะใช้ของมือสอง
การเตรียมตัวด้านการเงินก่อนย้ายมาอยู่เยอรมนีช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและไม่เกิดความเครียดเรื่องค่าใช้จ่าย การวางแผนงบประมาณ การเปิดบัญชีธนาคาร การทำประกัน และการรู้จักใช้จ่ายอย่างมีสติ คือ กุญแจสำคัญในการใช้ชีวิตในเยอรมนีอย่างมั่นใจและสบายใจ





Leave a Review