Deutschland

เตรียมความพร้อมทางการเงิน ก่อนย้ายมาอยู่เยอรมนี

Cshow

Das Leben in Deutschland หรือ การใช้ชีวิตในเยอรมนี สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือ การวางแผนด้านการเงิน สำหรับผู้ที่กำลังจะย้ายมาอยู่เยอรมนี ไม่ว่าจะมาเรียน ทำงาน ทำ Ausbildung การวางแผนชีวิตและวางแผนการเงินระยะยาวเป็นสิ่งจำเป็น เพราะค่าครองชีพในแต่ละเมืองแตกต่างกัน และระบบการเงินของเยอรมนีก็มีรายละเอียดเยอะ

Deutschland

ค่าครองชีพโดยทั่วไปในเยอรมนี

ค่าครองชีพในเยอรมนีขึ้นอยู่กับเมืองที่คุณเลือกอาศัยอยู่ โดยเมืองใหญ่ เช่น มิวนิก (München) แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt am Main) และ ฮัมบูร์ก (Hamburg) จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเมืองเล็กเช่น ไลพ์ซิก (Leipzig) ไมนซ์ (Mainz) ฮันโนเวอร์ (Hannover) หรือ เดรสเดน (Dresden)

โดยทั่วไป เมืองที่มีค่าครองชีพและค่าเช่าอพาร์ทเมนท์สูงที่สุดในเยอรมนี มักจะสัมพันธ์กับระดับรายได้เฉลี่ย ความหนาแน่นของประชากร ความเจริญทางการค้าและเทคโนโลยี และความต้องการที่อยู่อาศัย โดยสามารถเรียงลำดับได้ดังนี้

Bildschirmfoto 2025 11 15 Um 10.11.07
ที่มา: Https://De.statista.com/

มิวนิก (München)

มิวนิกถือเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในเยอรมนี โดยเฉพาะค่าเช่าที่อยู่อาศัย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศมากกว่า 50% เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ที่เป็นที่ดึงดูดความสนใจของต่างชาติ

✅ แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt am Main)

เมืองศูนย์กลางการเงินของยุโรป มีสำนักงานใหญ่ของธนาคารยุโรป (ECB) และบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง ค่าที่พักและอาหารค่อนข้างแพง

เบอร์ลิน (Berlin)

เคยเป็นเมืองที่ค่าครองชีพไม่สูงมาก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ค่าเช่าและค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความนิยมของชาวต่างชาติและนักลงทุน

✅ ฮัมบูร์ก (Hamburg)

เมืองท่าขนาดใหญ่ มีคุณภาพชีวิตดีเยี่ยม แต่ค่าเช่าและค่าบริการต่าง ๆ ก็สูงตามไปด้วย โดยเฉพาะในเขตใจกลางเมือง

✅ สตุ๊ตการ์ต (Stuttgart)

เมืองอุตสาหกรรมยานยนต์ ถือเป็นที่ตั้งของบริษัทรถยนต์ระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz และ Porsche รายได้เฉลี่ยสูง แต่ค่าครองชีพก็สูงตามไปด้วย

ไฟรบวร์ก (Freiburg)

ไฟรบวร์กมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองมหาวิทยาลัยทั่วไป เช่น บอนน์ หรือไมนซ์ แต่ยังต่ำกว่ามิวนิกและแฟรงก์เฟิร์ต จุดเด่นคือคุณภาพชีวิตดี เมืองสะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะกับผู้ที่ชอบบรรยากาศสงบและใกล้ธรรมชาติ

ค่าครองชีพใน ไฟรบวร์ก (Freiburg im Breisgau) อยู่ในระดับ ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเมืองขนาดกลางอื่นในเยอรมนี เนื่องจากเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพชีวิตดี อยู่ใกล้ธรรมชาติ และได้รับความนิยมจากทั้งชาวเยอรมันและชาวต่างชาติ

ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg)

ไฮเดลเบิร์กนอกจากจะเป็นเมืองที่สวยงาม นาสเที่ยวแล้ว แต่ยังมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองมหาวิทยาลัยทั่วไป เช่น ไลพ์ซิก (Leipzig) หรือ ดอร์ทมุนด์ (Dortmund) แต่ยังถูกกว่ามิวนิกหรือแฟรงก์เฟิร์ต เหมาะกับผู้ที่ต้องการคุณภาพชีวิตดี เมืองสงบ

ค่าครองชีพใน ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) จัดอยู่ในระดับ ปานกลางค่อนไปทางสูง เมื่อเทียบกับเมืองอื่นในเยอรมนี

พอทสดัม (Potsdam)

ค่าครองชีพใน พอทสดัม (Potsdam) อยู่ในระดับ ปานกลางถึงค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเมืองอื่นในรัฐบรันเดนบวร์ก (Brandenburg) เนื่องจากอยู่ใกล้กรุงเบอร์ลินและเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีทั้งสถาบันการศึกษาและสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมาย

พอทสดัมมีค่าครองชีพใกล้เคียงกับเบอร์ลิน แต่บรรยากาศสงบกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้เมืองใหญ่แต่ยังคงความเงียบสงบและคุณภาพชีวิตดี โดยเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัย Potsdam และผู้ที่ทำงานในเบอร์ลินแต่พักอาศัยนอกเมือง

✅ ดุสเซลดอร์ฟ (Düsseldorf)

ดุสเซลดอร์ฟมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองใหญ่อย่างโคโลญ (Köln) เล็กน้อย โดยเฉพาะค่าเช่าที่พัก แต่มีคุณภาพชีวิตดี เมืองสะอาด ปลอดภัย และมีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก เหมาะกับทั้งนักศึกษา

ไมนซ์ (Mainz)

ค่าครองชีพใน ไมนซ์ (Mainz) อยู่ในระดับ ปานกลางถึงค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเมืองมหาวิทยาลัยอื่นในเยอรมนี เนื่องจากอยู่ใกล้แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt am Main) ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ทำให้ค่าเช่าและค่าครองชีพได้รับอิทธิพลจากพื้นที่รอบข้าง

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน (ต่อคน):

  • ➤ ค่าเช่าห้อง (ห้องเดี่ยวหรือแชร์แฟลต): 400–900 ยูโร
  • ➤ ค่าอาหารและของใช้ประจำวัน: 250–400 ยูโร
  • ➤ ค่าเดินทาง (ตั๋วขนส่งสาธารณะ): 49 ยูโร (Deutschlandticket)
  • ➤ ค่าประกันสุขภาพ: 100–120 ยูโร (นักเรียน) / 200–400 ยูโร (พนักงาน)
  • ➤ ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต: 30–50 ยูโร
  • ➤ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ: 100–200 ยูโร

รวมโดยประมาณ: 900–1,800 ยูโรต่อเดือน นี่คือ ค่าครองชีพโดยคร่าวๆ

ที่สำคัญ คือ ค่าครองชีพหรือค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน นอกจากจะขึ้นอยู่กับเมือง รูปแบบการใช้ชีวิตของคุณเองก็มีผลอย่างมาก

2️⃣ การเปิดบัญชีธนาคารในเยอรมนี

การเปิดบัญชีธนาคารในเยอรมนี (Bankkonto eröffnen) เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ ทำงาน หรือเรียนในประเทศนี้ เพราะบัญชีธนาคารจำเป็นสำหรับการรับเงินเดือน จ่ายค่าเช่า หรือทำธุรกรรมทั่วไป

ประเภทของบัญชีธนาคารในเยอรมนี

  1. Girokonto (บัญชีเดินสะพัด) – ใช้สำหรับธุรกรรมประจำวัน เช่น รับเงินเดือน โอนเงิน หรือจ่ายบิล รายการต่างๆ
  2. Sparkonto (บัญชีออมทรัพย์) – ใช้เก็บเงินออมและได้รับดอกเบี้ย
  3. Studentenkonto (บัญชีนักเรียน/นักศึกษา) – สำหรับนักเรียนหรือนักศึกษา มักไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน

4 ขั้นตอนง่ายๆ เปิด Sperrkontos (Blocked Accounts) ในเยอรมนี

เอกสารที่ต้องใช้ในการเปิดบัญชี

  • ➤ หนังสือเดินทาง (Reisepass)
  • ➤ใบอนุญาตพำนัก (Aufenthaltserlaubnis)
  • ➤ ใบลงทะเบียนที่อยู่ (Anmeldebestätigung)
  • ➤ หลักฐานรายได้หรือจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย (ถ้ามี)

ขั้นตอนการเปิดบัญชี

  1. 1. เลือกธนาคาร – เช่น Deutsche Bank, Commerzbank, Sparkasse, N26, หรือ DKB
  2. 2. กรอกใบสมัคร – ทำได้ที่สาขาหรือออนไลน์ (บางธนาคารรองรับการยืนยันตัวตนผ่านวิดีโอคอล)
  3. 2. ยืนยันตัวตน (Identitätsprüfung) – ใช้บริการที่ไปรษณีย์ หรือ App (PostIdent) หรือ ผ่านวิดีโอ
  4. 4. รอรับเอกสารและบัตร – เมื่อบัญชีได้รับการอนุมัติ ธนาคารจะส่งบัตรเดบิต (EC-Karte) และรหัส PIN แยกกันทางไปรษณีย์

ตัวอย่าง
สมมติว่ามีนา เป็นนักศึกษาที่เบอร์ลิน ต้องการเปิดบัญชีเพื่อรับเงินจากครอบครัวที่เมืองไทย ที่จะส่งเงินเดือนเข้าให้ทุกเดือน

  • ➤ มินเลือกเปิดบัญชีกับ Deutsche Bank
  • ➤ ใช้หนังสือเดินทางและจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย
  • ➤ ยืนยันตัวตนผ่านวิดีโอคอล
  • ➤ ภายใน 2 วัน มินได้รับการยืนยันและสามารถใช้แอป Deutsch Bank เพื่อโอนเงินและจ่ายบิลได้ทันที
Gut zu wissen - รู้ไว้ก็ดีนะ 

บางธนาคารอาจมีค่าธรรมเนียมรายเดือน (เช่น 5–10 ยูโร) หากยอดเงินในบัญชีต่ำกว่าที่กำหนด หรือไม่มีรายได้ประจำเข้าบัญชี
Cshow

3️⃣ การจัดการค่าใช้จ่ายประจำเดือน

  • ➤ จัดทำ งบประมาณรายเดือน (Budget Plan) เพื่อควบคุมรายจ่าย
  • ➤ ใช้แอปจัดการการเงิน เช่น Finanzguru, N26, หรือ Revolut
  • ➤ ตั้งระบบหักบัญชีอัตโนมัติ (Lastschrift) สำหรับจ่ายค่าเช่าบ้าน ประกัน และอินเทอร์เน็ต
Gut zu wissen - รู้ไว้ก็ดีนะ 

ในเยอรมนี อาจจะยังมีหลายร้านค้า ที่ยังรับเฉพาะเงินสด (Bargeld) โดยเฉพาะร้านอาหารเล็ก ๆ หรือร้านเบเกอรี่ ควรพกเงินสดเล็กๆน้อยติดตัวไว้เสมอ

4️⃣ การทำประกันสุขภาพและประกันอื่น ๆ

คนเยอรมันให้ความสำคัญกับการทำประกันมาก การทำประกันไม่ใช่เพียงเรื่องของกฎหมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการใช้ชีวิต คนเยอรมันเชื่อว่าการเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยง คือการดูแลทั้งตนเองและผู้อื่นอย่างมีความรับผิดชอบ เช่น

  • ประกันสุขภาพ (Krankenversicherung): บังคับสำหรับทุกคนที่อาศัยอยู่ในเยอรมนี
  • ประกันความรับผิดส่วนบุคคล (Haftpflichtversicherung): คุ้มครองกรณีทำทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย เช่น ทำโทรศัพท์เพื่อนตกแตก
  • ประกันทรัพย์สิน (Hausratversicherung): คุ้มครองทรัพย์สินภายในที่พัก

5️⃣ การวางแผนภาษีและรายได้

ในเยอรมนี ระบบภาษีมีความซับซ้อนและมีผลโดยตรงต่อรายได้สุทธิของแต่ละคน การวางแผนภาษี (Steuerplanung) และรายได้ (Einkommensplanung) จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระภาษีอย่างถูกกฎหมาย และเตรียมความพร้อมทางการเงินในระยะยาว

การรู้จักระบบภาษีและการจัดการรายได้อย่างมีวินัยคือพื้นฐานของความมั่งคั่งและความมั่นคงในชีวิต เช่น

  • ➤ หากทำงานในเยอรมนี จะถูกหักภาษีรายได้ (Lohnsteuer) และเงินสมทบประกันสังคมโดยอัตโนมัติ
  • ➤ ควรยื่นแบบภาษีประจำปี (Steuererklärung) เพื่อขอคืนภาษีบางส่วน
  • ➤ นักเรียนที่ทำงานพาร์ทไทม์ไม่เกิน 520 ยูโรต่อเดือน (Minijob) จะได้รับการยกเว้นภาษี

6️⃣ การเตรียมเงินสำรองก่อนเดินทาง

ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 3–6 เดือนของค่าครองชีพ เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในช่วงแรก เช่น

  • ➤ เงินมัดจำห้องพัก (Kaution) ประมาณ 2–3 เดือนของค่าเช่า
  • ➤ ค่าเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน ห้องพักในเยอรมนีส่วนมากจะเป็นห้องเปล่าๆ ที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ใดๆเลย บางทีไม่มีครัวด้วยซ้ำ ดังนั้นก่อนจะเช่าห้อง ควรดูให้แน่ใจว่า อะไรบ้างที่คุณต้องหาซื้อเพิ่ม
  • ➤ ค่าธรรมเนียมเอกสารและการเดินทาง

7️⃣ การใช้ชีวิตอย่างประหยัดในเยอรมนี

  • ➤ ซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัด เช่น Aldi, Lidl, Penny หรือ Netto ซึ่งราคาถูกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่
  • ➤ ใช้บัตรนักเรียนหรือบัตรพนักงานเพื่อรับส่วนลดในพิพิธภัณฑ์ โรงภาพยนตร์ และระบบขนส่ง
  • ➤ ซื้อของมือสอง (Secondhand) เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า จากเว็บไซต์ Kleinanzeigen หรือร้าน Secondhand
Gut zu wissen - รู้ไว้ก็ดีนะ 

การซื้อและใช้ของมือสองในเยอรมนี ถือเป็นเรื่องปกติมากสำหรับทุกคน แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะคนที่มีรายได้ต่ำเท่านั้น ที่จะใช้ของมือสอง

การเตรียมตัวด้านการเงินก่อนย้ายมาอยู่เยอรมนีช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและไม่เกิดความเครียดเรื่องค่าใช้จ่าย การวางแผนงบประมาณ การเปิดบัญชีธนาคาร การทำประกัน และการรู้จักใช้จ่ายอย่างมีสติ คือ กุญแจสำคัญในการใช้ชีวิตในเยอรมนีอย่างมั่นใจและสบายใจ

Cshow