แชร์ประสบการณ์จริง: สมัครและเรียน Ausbildung ในเยอรมนี จาก 0 สู่ Kauffrau im E-Commerce กว่าจะจบ ไม่ใช่เรื่องง่าย — แต่ทำได้ค่ะ
สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้อยากเล่าประสบการณ์จริงของตัวเองเกี่ยวกับการสมัครและเรียนสายอาชีพในเยอรมนี รวมถึงเหตุผลที่เลือกเส้นทางนี้แทนการเรียนต่อปริญญาโท
ถ้าคุณกำลังสนใจ Ausbildung หรือยังลังเลอยู่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
Ausbildung ในเยอรมนี คืออะไร?
Ausbildung คือ ระบบการศึกษาสายอาชีพของเยอรมนี ที่ผสมผสานการเรียนทฤษฎีในโรงเรียนฝึกอาชีพ (Berufsschule) เข้ากับการฝึกงานจริงในบริษัท โรงแรม หรือโรงงาน (Ausbildungsbetrieb) ระหว่างเรียน คุณได้รับเงินเดือนจากบริษัทที่ฝึกงาน และใช้เวลาเรียน 2–3.5 ปี ขึ้นอยู่กับสาขา
Ausbildung มี 2 ระบบ
| ระบบ | ลักษณะ | ค่าใช้จ่าย |
|---|---|---|
| Duale Ausbildung (ระบบคู่) | เรียนทฤษฎี + ฝึกงานจริงในบริษัท | บริษัทจ่ายให้ |
| Schulische Ausbildung | เรียนในโรงเรียนเป็นหลัก | จ่ายเองบางส่วน |
ระบบคู่ (Duale) ได้รับความนิยมมากกว่า เพราะเน้นภาคปฏิบัติและได้รับเงินเดือนด้วย
การเรียนสายอาชีพในเยอรมนี มี 2 แบบ
- duale Ausbildung หรือ ระบบคู่ คือ เรียนทฤษฎีในโรงเรียนฝึกอาชีพ ควบคู่กับการทำงานในบริษัทไปด้วย เป็นระบบที่นิยมมาก เพราะเน้นภาคปฏิบัติเป็นหลัก
- schulische Ausbildung คือ เรียนในโรงเรียนฝึกอาชีพเป็นส่วนใหญ่ เน้นทฤษฎีเป็นหลัก จ่ายค่าเรียนเอง
ทำไมถึงเลือก Ausbildung แทนปริญญาโท
เราถามตัวเองง่ายๆ ว่า: “เราอยากทำอะไรในเยอรมนี”
คำตอบคือ อยากทำงานที่นี่ และอยากเข้าตลาดแรงงานให้เร็วที่สุด
Ausbildung ระบบคู่ตอบโจทย์นั้นได้ดีกว่า เพราะ:
- ✅ ได้ประสบการณ์จริง ซึ่งสำคัญมากสำหรับชาวต่างชาติที่อยากสมัครงานในเยอรมนี
- ✅ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานเยอรมัน ซึ่งแตกต่างจากไทยพอสมควร
- ✅ โอกาสถูกรับเป็นพนักงานประจำสูงมาก เพราะบริษัทส่วนใหญ่ฝึก Azubi เพื่อเก็บไว้ทำงานต่อ
- ✅ เงินเดือน Azubi ต่ำกว่าพนักงานประจำ ทำให้บริษัทมีแรงจูงใจรับมากกว่า
- ✅ ไม่มีกำหนดอายุของผู้สมัคร — ตัวเองเริ่มทำ Ausbildung ตอนอายุ 35 ปีค่ะ
ข้อดีอีกอย่างของการเรียนสายอาชีพ คือ ไม่มีกำหนดอายุของผู้สมัคร อย่างเราเองกว่าจะเริ่มทำ Ausbildung อายุก็ 35 ปีแล้ว
8 ข้อจากประสบการณ์จริง: สมัครและเรียน Ausbildung ในเยอรมนี
1️⃣ วุฒิการศึกษาและระดับภาษาเยอรมัน
วุฒิการศึกษา
โดยทั่วไปไม่ได้กำหนดตายตัว แต่ขั้นต่ำควรมีวุฒิมัธยมศึกษา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาขาที่เลือก เราใช้วุฒิปริญญาตรีสาขาภาษาจีนจากไทย พร้อมประสบการณ์ทำงาน และความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งช่วยได้มากในการสมัคร
ระดับภาษาเยอรมัน
ภาษาเยอรมันคือสิ่งสำคัญที่สุด! อย่างน้อยควรมีระดับ B1 สำหรับสายทั่วไป ส่วนสายพยาบาลหรือสาธารณสุขต้องสูงกว่านั้น
ตอนสมัครเรามีแค่ B1 + Beruf เท่านั้น — และนั่นก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้น แต่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องระหว่างเรียน
Tips
💡 กำลังมองหาวิธีเรียนภาษาเยอรมันด้วยตัวเอง? อ่านบทความ: 4 เคล็ดลับง่ายๆ เรียนภาษาเยอรมันให้ประสบความสำเร็จ
2️⃣ วีซ่าและสิทธิ์การพำนัก
เเราเข้ามาด้วยวีซ่าติดตามสามี จากนั้นได้ใบอนุญาตถิ่นที่อยู่ถาวร (Niederlassungserlaubnis) และยื่นขอสัญชาติเยอรมันในที่สุด
หากคุณกำลังมองหาวิธีเข้าเยอรมนีเพื่อเรียน Ausbildung โดยตรง ปัจจุบันมีวีซ่า Ausbildungsvisum สำหรับผู้ที่มีที่ฝึกงานยืนยันแล้วด้วยค่ะ
3️⃣ การเตรียมตัว
Ausbildung ส่วนใหญ่เริ่มวันที่ 1 สิงหาคม หรือ 1 กันยายน ของทุกปี
เราใช้เวลา 6 เดือน ในการเตรียมตัวและหาข้อมูล โดยเข้าดูเว็บโรงเรียนเอกชนและมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขาต่างๆ และสมัครรับ Newsletter เพื่อรับข้อมูลสาขาอาชีพที่น่าสนใจ
4️⃣ เอกสารการสมัครงาน
เอกสารการสมัคร (Bewerbungsunterlagen)
เอกสารที่ยื่นมีเพียง 3 อย่าง:
- ➤ Anschreiben — จดหมายสมัครงาน (ไม่เกิน 2 หน้า)
- ➤ Lebenslauf — ประวัติโดยย่อ (ไม่เกิน 2 หน้า)
- ➤ Zeugnisse — ใบประกาศนียบัตรต่างๆ
📌 เอกสารของเรายื่นเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องแปลหรือรับรอง แต่ถ้าเอกสารเป็นภาษาไทย ต้องแปลเป็นภาษาเยอรมันให้เรียบร้อยก่อนนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ยื่นครบตามที่บริษัทต้องการ
5️⃣ หาบริษัทที่ฝึกงาน
นี่คือขั้นตอนที่ยากที่สุด! Duale Ausbildung คุณต้องหาที่ฝึกงานเอง ซึ่งก็คือการแข่งขันกับผู้สมัครคนอื่นๆ ทั้งชาวเยอรมันและต่างชาติ
ยิ่งสมัครเร็ว โอกาสยิ่งสูง
เราสมัครทั้งหมด เกือบ 10 ที่ มีเรียกสัมภาษณ์ 4 ที่ — ต่างสาขากัน
หลังจากที่เราหาที่ฝึกงานได้แล้ว บริษัทจะเป็นผู้จัดการเรื่องโรงเรียนฝึกอาชีพ ตลอดทั้งการสมัครเรียน ลงทะเบียนเรียนต่างๆให้เราเอง นอกจากนี้บริษัทยังจ่ายค่าเรียนให้เราด้วยค่ะ
6️⃣ สัมภาษณ์งาน
เราวางแผนจะไปสัมภาษณ์ทั้ง 4 ที่ เพื่อฝึกประสบการณ์สัมภาษณ์ไปด้วย — แม้บางที่จะไม่ใช่สาขาที่อยากทำมากนัก
ที่แรก เป็นบริษัท E-Commerce เล็กๆ มีพนักงาน 125 คน
- ➤ รอบโทรศัพท์ (~1 ชั่วโมง): คำถามทั่วไป เช่น มาจากไหน ทำอะไรอยู่ เป้าหมายในอนาคต — เป็นการทดสอบว่าสื่อสารภาษาเยอรมันได้ดีแค่ไหน
- ➤ รอบเจอตัว: ผู้สัมภาษณ์บอกว่าอ่านใบสมัครครบแล้ว รอบนี้อยากรู้จัก ตัวตน บุคลิก และทัศนคติ ว่าเข้ากับองค์กรได้หรือไม่
เราเลือกบริษัทเล็กนี้เพราะชอบสาขางาน บรรยากาศการทำงาน และทำเลที่ตั้ง ปัจจุบันยังทำงานอยู่ที่นี่ และบริษัทเติบโตจาก 125 เป็น 350 คน แล้วค่ะ
เขาแค่อยากรู้ว่า เราใช้ภาษาเยอรมันได้มากน้อยแค่ไหน สามารถสื่อสารได้ดีไหม หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ บริษัทก็นัดสัมภาษณ์แบบเจอตัว
พอเราไปถึง ผู้สัมภาษณ์งาน ไม่ถามเลยว่าเราเคยทำอะไรมา หรือ เรียนจบอะไรมา บอกแค่ว่า ข้อมูลเหล่านี้เขาอ่านในใบสมัครที่เราส่งแนบมาเรียบร้อยแล้ว แต่รอบนี้เขาอยากรู้จักตัวตนของเรา ว่าเป็นคนแบบไหน ลักษณะท่าทาง บุคลิกภาพ และทัศนคติ เหมาะสมและจะสามารถเข้ากับองกรค์ของเขาได้หรือไม่
การสัมภาษณ์งานรอบนี้ เริ่มต้นด้วยภาษาเยอรมัน แต่อยู่ๆหัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้าก็เปลี่ยนคำถามเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่บอกล่วงหน้า ซึ่งเราก็ตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้การสัมภาษณ์งานจบลงด้วยดี 🥰
พอสัมภาษณ์งานเสร็จตอน 10 โมงกว่าๆ หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้าก็ให้ทดลองทำงานทันที 2 ชม. คือ ให้ช่วยตอบอีเมลลูกค้า 👉 แบบนี้เรียก ins kalte Wasser werfen นะคะ 😅😅
พอการทดลองทำงานผ่านไป หัวหน้าฝ่ายบุคคลก็แจ้งเลยทันทีว่า ได้งาน! 🎉
💡 อ่านเพิ่มเติม: 6 Tipps ง่ายๆ สัมภาษณ์งานในเยอรมนี…ให้ได้งาน
7️⃣ ฝึกงานในบริษัทและเรียนในโรงเรียนฝึกอาชีพ
การฝึกงานเริ่ม 1 สิงหาคม โดยแบ่งเวลาดังนี้:
| ปีการศึกษา | ทำงานในบริษัท | เรียนที่โรงเรียน |
|---|---|---|
| ปีที่ 1 | 3 วัน/สัปดาห์ | 2 วัน/สัปดาห์ |
| ปีที่ 2–3 | 4 วัน/สัปดาห์ | 1 วัน/สัปดาห์ |
เราได้ฝึกงานเกือบทุกแผนกในบริษัท:
- 🗂️ บริการลูกค้า — 10 เดือน (อีเมล + โทรศัพท์)
- 🛒 จัดซื้อ — 6 เดือน
- 🌐 บริหารข้อมูลสินค้าบนเว็บไซต์ — 9 เดือน
- 💰 บัญชี — 4 เดือน
- 📣 การตลาด — 7 เดือน
พอจบการฝึกอบรม ฝ่ายบุคคลถามทันทีว่า “อยากทำงานแผนกไหน” — นี่คือผลของการเรียนรู้อย่างตั้งใจตลอด 3 ปีค่ะ
8️⃣ รายได้ระหว่างฝึกอบรม
รายได้ขึ้นอยู่กับบริษัทที่ฝึกงาน ตัวอย่างเพื่อนร่วมชั้นที่ฝึกงานกับ TUI, Sennheiser หรือ Rossmann ได้มากกว่า 1,000 ยูโร/เดือนตั้งแต่ปีแรก
| ปีการศึกษา | รายได้โดยประมาณ (ก่อนหักภาษี) |
|---|---|
| ปีที่ 1 | 700 – 800 ยูโร/เดือน |
| ปีที่ 2 | 800 – 900 ยูโร/เดือน |
| ปีที่ 3 | 900 – 1,000 ยูโร/เดือน |
บริษัทของเราอยู่ระดับกลาง ได้ประมาณ 850 ยูโร/เดือน และเนื่องจากเราเลือกทำแบบ Teilzeit (30 ชม./สัปดาห์) เงินเดือนก็ลดลงอีกนิด
ปัญหาและสิ่งที่ได้เรียนรู้
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในการเรียนสายอาชีพของเรา คือ ภาษาเยอรมัน และ การจัดสรรเวลา
🇩🇪 ภาษาเยอรมัน
ภาษาเยอรมันในบริษัทที่ฝึกงาน
ที่บริษัท: เพื่อนร่วมงานไม่ได้มองว่าเราคือนักเรียนภาษา แต่คือเพื่อนร่วมงานที่ต้องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วงอยู่แผนกบริการลูกค้า เราตอบอีเมลลูกค้า ไม่ต่ำกว่า 40 ฉบับ/วัน โดยไม่มีเวลาเปิด Google แปลทีละคำ
สิ่งที่ช่วยได้คือ เตรียม template อีเมลไว้ล่วงหน้า — ร่างคำขึ้นต้น คำลงท้าย และบทนำไว้ แล้ว copy ไปแก้ไขเล็กน้อยแต่ละครั้ง ทำให้ทำงานเร็วขึ้นและภาษาถูกต้องด้วยค่ะ
ที่โรงเรียน: แรกๆ ฟังครูไม่รู้เรื่อง ตามเพื่อนไม่ทัน และเพื่อนร่วมชั้นเป็นชาวเยอรมันทั้งหมดอายุ 20–25 ปี
สิ่งที่ทำคือ ขอสื่อการเรียนล่วงหน้าจากครู อ่านและทำความเข้าใจก่อนเข้าเรียน เตรียมคำถามไปด้วย — วิธีนี้ช่วยได้มากค่ะ
จากประสบการณ์ เราได้เรียนภาษาเยอรมันจริงๆอย่างเต็มรูปแบบ คือ ในช่วงที่เราทำงาน
⏰ การจัดสรรเวลา
การจัดสรรเวลา เป็นอีกอย่างที่เป็นปัญหามากสำหรับเรา
ช่วงที่เริ่มเรียน เราเลี้ยงลูก 2 คนเองไปพร้อมกัน คนโต 4 ขวบ คนเล็ก 2.5 ขวบ ต้องบาลานซ์ระหว่างเรียน ทำงาน เลี้ยงลูก ดูแลสามี และงานบ้าน
เวลาอ่านหนังสือของเรา คือ หลังทุกคนหลับแล้ว — หลัง 4 ทุ่มขึ้นไป
ถ้ามีเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะหาเวลาทำมันได้เสมอค่ะ
สิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดการเดินทาง
"ถ้ามีเป้าหมายที่ชัดเจน และนั้นคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้สำเร็จ"
➤ คนไทยมีศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงานไม่แพ้ใครในโลกค่ะ
➤ เมื่อบอกชาวเยอรมันว่าจบ Ausbildung และบริษัทรับต่อเลย — เขาจะมองเราด้วยความให้เกียรติจริงๆ
คนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเรา เขาไม่ได้เก่งกว่าเรา เขาแค่พยายามมากกว่าเราเท่านั้นเอง
ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วเริ่มออกเดินทาง ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ จุดหมายยิ่งใกล้เข้ามา
สู้ๆ ค่ะ — ถ้าเราทำได้ คุณก็ทำได้เช่นกันค่ะ 💪
มีคำถามเพิ่มเติม?
ติดต่อเราได้เลยโดยตรง — ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
เราตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการเรียนและการทำงานในเยอรมนี 🇩🇪 🇹🇭

Leave a Review