Arbeitslos nach der Ausbildung – หลังจากทำ Ausbildung จบแล้ว แต่บริษัทไม่รับคุณเข้าทำงานต่อทันที ถือเป็นเรื่องปกติในเยอรมนี การที่บริษัทไม่รับคุณเข้าทำงานต่อ ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่มีความสามารถ หรือบริษัทไม่พอใจในการทำงานของคุณ แต่อาจจะเป็นเหตุผลอื่นๆที่เกิดจากทางบริษัทเอง
สิ่งที่คุณสามารถทำได้ คือ เรียนรู้ว่า ถ้าคุณกำลังจะตกงาน คุณมีสิทธิ์อะไรบ้าง อะไรบ้างที่คุณสามารถทำได้ ความช่วยเหลือระหว่างที่คุณกำลังหางาน บทความนี้ เรามีขั้นตอนและสิทธิต่างๆที่ควรรู้มาฝาก

หลังจากรู้ว่า บริษัทจะไม่รับคุณเข้าทำงานต่อ คุณควรติดต่อไปที่สำนักงานจัดหางาน (Agentur für Arbeit) เพื่อลงทะเบียนทะเป็นผู้หางานและผู้ว่างงานทันที
Tipps
ก่อนจะจบการฝึกอบรมอย่างน้อย 3-6 เดือน คุณควรจะพูดคุยและตกลงทางบริษัทให้เรียบร้อยว่า บริษัทจะทำคุณเข้าทำงานต่อหรือไม่
คุณควรเตรียมตัวเพื่อการประชุม พูดคุย เรื่องการรับเข้าทำงานต่อหลังจบการฝึกอาชีพ (Übernahmegespräch) ให้ดีและเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ
การลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงานจริง (arbeitslos melden) ในประเทศเยอรมนี เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ที่ตกงานและต้องการรับสิทธิประโยชน์จากทางสำนักงานจัดหางาน เช่น เงินช่วยเหลือการว่างงาน (Arbeitslosengeld) หรือ การช่วยเหลือในการหางานใหม่
หากคุณจบการฝึกอาชีพ (Ausbildung) หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างงานแล้วไม่มีงานต่อ จำเป็นต้องลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงานกับสำนักงานจัดหางาน เพื่อรับสิทธิ์เงินช่วยเหลือการว่างงานและบริการจัดหางาน
ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงาน สามารถทำได้ดังนี้
1️⃣ ลงทะเบียนเป็นผู้หางาน (arbeitsuchend melden)
- ➤ เมื่อทราบว่าจะตกงาน (เช่น สัญญาการจ้างงาน หรือการฝึกอรมสิ้นสุดลง) ต้องแจ้งต่อสำนักงานจัดหางาน ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน
- ➤ หากทราบภายหลัง (เช่น ถูกเลิกจ้างกะทันหัน) ต้องแจ้งภายใน 3 วันทำการ
- ➤ สามารถแจ้งได้ทาง
- – เว็บไซต์ของ สำนักงานจัดหางาน (Agentur für Arbeit )
- – โทรศัพท์
- – หรือไปที่สำนักงานด้วยตนเอง
Gut zu wissen – รู้ไว้ก็ดีนะ
สำนักงานจัดหางานของแต่ละเขต แต่ละเมือง มีขั้นตอนการทำงานที่แตกต่างกัน บางเมืองคุณสามารถเดินเข้าไปติดต่อได้เลย บางเมืองอาจจะต้องลงทะเบียนนัดหมาย วัน เวลาผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานก่อน
ดังนั้นคุณควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ของสำนักงานจัดหางานของเมืองหรือเขตที่คุณอาศัยอยู่ จะได้ไม่เสียเวลาเปล่า
2️⃣ ลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงานจริง (arbeitslos melden)
- ➤ ต้องไป ด้วยตนเอง ที่สำนักงานจัดหางานในวันแรกที่ไม่มีงานทำ
- ➤ เอกสารที่ต้องนำไปด้วย เช่น
- – บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต
- – ใบรับรองการสิ้นสุดสัญญา (Ausbildungsvertrag / Arbeitsvertrag)
- – ใบรับรองเงินเดือน (Entgeltbescheinigung)
- – ใบรับรองการจ้างงาน (Arbeitsbescheinigung) จากนายจ้าง
- – เอกสารประกันสังคม (Sozialversicherungsausweis)
- – เอกสารบัญชีธนาคาร (สำหรับโอนเงินช่วยเหลือ)
3️⃣ ยื่นขอเงินช่วยเหลือ (Arbeitslosengeld)
การยื่นขอเงินช่วยเหลือการว่างงาน (Arbeitslosengeld) ในเยอรมนี เป็นขั้นตอนสำคัญหลังจากลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงาน (arbeitslos melden) แล้ว เพื่อให้ได้รับสิทธิ์เงินช่วยเหลือจากสำนักงานจัดหางาน
ประเภทของเงินช่วยเหลือการว่างงาน
✅ Arbeitslosengeld I (ALG I) – สำหรับผู้ที่เคยทำงานและจ่ายเงินสมทบประกันสังคม (Arbeitslosenversicherung) อย่างน้อย 12 เดือนในช่วง 30 เดือนที่ผ่านมา
✅ Arbeitslosengeld II (ALG II หรือ Bürgergeld) – สำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ใน ALG I หรือได้รับเงินไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต (เป็นสวัสดิการพื้นฐาน)
ขั้นตอนการยื่นขอเงินช่วยเหลือการว่างงาน (Arbeitslosengeld)
1️⃣ ลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงาน (arbeitslos melden) – ต้องทำก่อนถึงวันแรกที่ไม่มีงานทำ เพื่อให้มีสิทธิ์ยื่นขอเงินช่วยเหลือ
2️⃣ ยื่นคำขอเงินช่วยเหลือ (Antrag auf Arbeitslosengeld)
- ➤ สามารถยื่นได้ทางออนไลน์ที่เว็บๆไซต์ของทาง สำนักงานจัดหางาน (Agentur für Arbeit ) ทางไปรษณีย์ หรือยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานจัดหางาน
- ➤ ควรยื่นคำขอโดยเร็วที่สุด เพราะสิทธิ์จะเริ่มนับจากวันที่ยื่นคำขอ ไม่ใช่วันที่ตกงาน
การคำนวณเงินช่วยเหลือ
- ➤ โดยทั่วไปจะได้รับประมาณ 60% ของรายได้สุทธิเฉลี่ย (หรือ 67% หากมีบุตร)
- ➤ ระยะเวลาการรับเงินขึ้นอยู่กับอายุและระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบ เช่น
- – ทำงาน 12 เดือน → รับได้ 6 เดือน
- – ทำงาน 24 เดือน → รับได้ 12 เดือน
- – อายุเกิน 50 ปี อาจได้รับนานถึง 24 เดือน
4️⃣ สัมภาษณ์และวางแผนการหางาน (Beratungsgespräch)
สัมภาษณ์และวางแผนการหางาน เป็นขั้นตอนสำคัญหลังจากลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงาน กับสำนักงานจัดหางานในเยอรมนี จุดประสงค์ คือ เพื่อช่วยให้ผู้ว่างงานกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยเร็วที่สุด ผ่านการให้คำปรึกษา วางแผน และสนับสนุนอย่างเป็นระบบ
รายละเอียดของการสัมภาษณ์
✅ การนัดหมายและการเตรียมตัว
- ➤ หลังจากลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงาน เจ้าหน้าที่จะนัดหมายวันสัมภาษณ์ พูดคุย ให้คำแนะนำในการหางาน
- ➤ ผู้สมัครควรเตรียมเอกสาร เช่น
- – ประวัติการทำงาน (Lebenslauf)
- – ใบรับรองการศึกษาและการฝึกอบรม (Zeugnisse)
- – ข้อมูลเกี่ยวกับงานที่เคยทำและทักษะที่มี
- – ตัวอย่างประกาศงานที่สนใจ
✅ เนื้อหาที่พูดคุยในการสัมภาษณ์
- ➤ เจ้าหน้าที่จะสอบถามเกี่ยวกับ
- – ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา
- – ทักษะ ความสามารถ และความสนใจ
- – เป้าหมายอาชีพในอนาคต
- – ความยืดหยุ่นในการทำงาน เช่น ย้ายที่อยู่ได้ไหม ทำงานพาร์ทไทม์ได้หรือไม่
- – เจ้าหน้าที่จะประเมินความเหมาะสมของงานที่สามารถแนะนำให้ได้
✅ การจัดทำแผนการหางาน
✅ การสนับสนุนเพิ่มเติมที่อาจได้รับ
- ➤ การอบรมเพิ่มทักษะ (Weiterbildung)
- ➤ การฝึกงานหรือทดลองทำงาน (Praktikum)
- ➤ การช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในการสมัครงานหรือเดินทางไปสัมภาษณ์
- ➤ การให้คำปรึกษาเฉพาะทาง เช่น สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ
✅ การติดตามผล
- ➤ เจ้าหน้าที่จะนัดหมายเพื่อติดตามความคืบหน้าในการหางาน
- ➤ ผู้ว่างงานต้องรายงานผลการสมัครงานและกิจกรรมที่ทำตามแผน
สัมภาษณ์ พูดคุย ให้คำแนะนำในการหางาน เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้ว่างงานได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการหางาน การพัฒนาทักษะ และการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยมีการวางแผนร่วมกัน ระหว่างผู้ว่างงานและสำนักงานจัดหางานอย่างเป็นระบบ
ความแตกต่างระหว่าง arbeitssuchend melden กับ arbeitslos melden
arbeitssuchend melden → ลงทะเบียนเป็นผู้หางาน
arbeitslos melden → ลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงาน
ความแตกต่างระหว่าง “arbeitslos melden” กับ “arbeitssuchend melden” ทั้งสองคำเกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนที่ สำนักงานจัดหางานของเยอรมนี (Agentur für Arbeit) แต่มีความหมายและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
✅ arbeitssuchend melden (ลงทะเบียนเป็นผู้หางาน)
คือ เป็นการแจ้งล่วงหน้าว่าคุณ “กำลังหางาน” และจะตกงานในอนาคต เพื่อให้สำนักงานจัดหางานช่วยหางานใหม่ให้ก่อนที่คุณจะตกงานจริง
ต้องทำเมื่อไหร่:
➤ ต้องแจ้ง ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนสัญญาจ้างสิ้นสุด
➤ หากรู้ช้ากว่านั้น ต้องแจ้งภายใน 3 วันหลังจากทราบว่าจะตกงาน
ตัวอย่าง:
มีนารู้ว่าสัญญาฝึกงานของเธอจะสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม และบริษัทจะไม่รับเธอเข้าทำงานต่อ เธอจึงแจ้ง “ลงทะเบียนเป็นผู้หางาน” (arbeitssuchend melden) ตั้งแต่เดือนเมษายน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยหางานใหม่ก่อนที่เธอจะตกงานจริง
✅ arbeitslos melden (ลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงานจริง)
เป็นการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการว่า “ตอนนี้ไม่มีงานทำแล้ว” เพื่อให้ได้รับสิทธิ์เงินช่วยเหลือ (Arbeitslosengeld) และบริการจากรัฐ
ต้องทำเมื่อไหร่:
➤ ต้องไปลงทะเบียน ในวันแรกที่ไม่มีงานทำจริง
➤ ต้องไปด้วยตนเองที่สำนักงานจัดหางาน
ตัวอย่าง:
หลังจากสัญญาฝึกงานของ มีนาสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม เธอไปที่สำนักงานจัดหางานในวันที่ 1 สิงหาคม เพื่อ “ลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงาน” และยื่นขอเงินช่วยเหลือ
วิธีแจ้งของการลงทะเบียนของทั้ง 2 ประเภท:
➤ ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานจัดหางาน
➤ โทรศัพท์ หรือไปแจ้งด้วยตนเอง
สรุป
➤ arbeitssuchend melden = แจ้งล่วงหน้าว่า “กำลังหางาน” คือคุณจำเป็นต้องหา เพราะกำลังจะตกงาน
➤ arbeitslos melden = แจ้งเมื่อ “ตกงานแล้ว”
การใช้บริการของสำนักงานจัดหางาน เพื่อช่วยในการหางานใหม่
สำนักงานจัดหางาน เป็นหน่วยงานหลักที่ช่วยให้ผู้ว่างงานและผู้หางานได้รับการสนับสนุนทั้งด้านคำปรึกษา การเงิน และการพัฒนาทักษะ เพื่อให้สามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ
มาดูกันว่าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจัดหางานช่วยในเรื่องอะไรบ้าง
✅ การให้คำปรึกษาและแนะแนวอาชีพ
- ➤ เจ้าหน้าที่จะช่วยวิเคราะห์ทักษะ ความสนใจ และประสบการณ์ของคุณ เพื่อแนะนำแนวทางอาชีพที่เหมาะสม
- ➤ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนอาชีพ (Umschulung) หรือการพัฒนาทักษะเพิ่มเติม
- ➤ สำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้เริ่มต้นทำงาน จะมีบริการแนะแนวอาชีพเฉพาะทาง
✅ การจัดหางาน
- ➤ สำนักงานจะช่วยค้นหางานที่ตรงกับคุณสมบัติของคุณ และส่งข้อเสนอการทำงาน มาให้
- ➤ ผู้ว่างงานสามารถใช้ระบบค้นหางานออนไลน์ได้ที่ www.arbeitsagentur.de/jobsuche
- ➤ เจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบเอกสารสมัครงานของคุณ และให้คำแนะนำในการปรับปรุง
✅ การสนับสนุนทางการเงิน
- ➤ สำหรับผู้ที่ตกงาน สามารถยื่นขอเงินช่วยเหลือการว่างงาน (Arbeitslosengeld I หรือ Bürgergeld)
- ➤ มีการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสมัครงาน (Bewerbungskosten) หรือค่าเดินทางไปสัมภาษณ์งาน (Fahrkosten)
- ➤ สนับสนุนค่าอบรมหรือการเรียนเพิ่มเติม หากจำเป็นต่อการหางาน
✅ การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ
- ➤ สำนักงานจัดหางานมีโครงการอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ เช่น ภาษาเยอรมัน การใช้คอมพิวเตอร์ หรือทักษะเฉพาะอาชีพ
- ➤ ผู้เข้าร่วมอาจได้รับใบรับรอง (Bildungsgutschein) เพื่อใช้เรียนในสถาบันที่ได้รับการรับรอง
✅ การให้บริการออนไลน์
- ➤ ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทางเว็บไซต์ www.arbeitsagentur.de เช่น
- – ลงทะเบียนหางาน (Arbeitsuchend melden)
- – ยื่นขอเงินช่วยเหลือ (Arbeitslosengeld beantragen)
- – อัปโหลดเอกสาร
- – ตรวจสอบสถานะคำขอ
✅ การช่วยเหลือสำหรับนายจ้าง
นอกจากนี้จะช่วยเหลือผู้ว่างงาน สำนักงานจัดหางานยังมีการช่วยเหลือสำหรับนายจ้าง คือ สำนักงานยังให้บริการแก่นายจ้าง เช่น การประกาศรับสมัครงาน การคัดเลือกผู้สมัคร และการให้คำปรึกษาด้านแรงงาน และ ส่งเสริมการจ้างงานผู้ว่างงานระยะยาวหรือผู้พิการ ด้วยการสนับสนุนทางการเงิน
ข้อแนะนำการเตรียมตัวและข้อควรระวังในการลงทะเบียนเป็นผู้หางาน และผู้ว่างงานจริง
ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากดำเนินการผิดขั้นตอนหรือไม่ตรงเวลา อาจทำให้เสียสิทธิ์ในการรับเงินช่วยเหลือการว่างงาน หรือถูกเลื่อนการจ่ายเงินได้
1️⃣ ต้องลงทะเบียน “ตรงเวลา”
- ➤ ต้องไปลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงาน ในวันแรกที่ไม่มีงานทำ (ไม่สามารถทำย้อนหลังได้)
- ➤ หากทราบล่วงหน้าว่าจะตกงาน ต้องแจ้ง “ลงทะเบียนเป็นผู้หางาน ” (Arbeitsuchend melden) ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน
- ➤ หากทราบภายหลัง เช่น ถูกเลิกจ้างกะทันหัน ต้องแจ้งภายใน 3 วันทำการ
- ➤ หากไม่แจ้งตามกำหนด อาจถูกลดสิทธิ์เงินช่วยเหลือ หรือ จำกัดเวลาเป็นเวลา 1 สัปดาห์หรือมากกว่า
2️⃣ ต้องไป “ด้วยตนเอง” ที่สำนักงานจัดหางาน
- ➤ การลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงานจริง (Arbeitslos melden) ต้องทำ ด้วยตนเอง ที่สำนักงานจัดหางาน
- ➤ ไม่สามารถทำทางออนไลน์หรือโทรศัพท์ได้ (ยกเว้นบางกรณี เช่น ป่วยหรือมีเหตุจำเป็นพิเศษ)
3️⃣ เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
เอกสารที่ควรนำไปในวันลงทะเบียน ได้แก่
- ➤ บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต
- ➤ ใบรับรองการจ้างงาน (Arbeitsbescheinigung) จากนายจ้าง
- ➤ เอกสารประกันสังคม (Sozialversicherungsausweis)
- ➤ เอกสารบัญชีธนาคาร (สำหรับโอนเงินช่วยเหลือ)
- ➤ เอกสารเกี่ยวกับการเลิกจ้าง (Kündigungsschreiben)
หากเอกสารไม่ครบ อาจทำให้การลงทะเบียนล่าช้าและส่งผลต่อการเริ่มรับเงินช่วยเหลือ
4️⃣ พร้อมทำงาน
- ➤ ผู้ว่างงานต้องสามารถเริ่มทำงานได้ทันทีหากมีงานที่เหมาะสมเสนอให้
- ➤ หากไม่พร้อม เช่น เดินทางไปต่างประเทศโดยไม่แจ้ง อาจถูกระงับสิทธิ์ชั่วคราว
5️⃣ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
การให้ข้อมูลเท็จหรือปกปิดข้อมูล เช่น รายได้จากงานพิเศษ อาจถูกเรียกคืนเงินช่วยเหลือและมีโทษทางกฎหมาย
6️⃣ ต้องปฏิบัติตามนัดหมายของสำนักงานจัดหางาน
- ➤ ต้องเข้าพบเจ้าหน้าที่ตามนัดหมายทุกครั้ง
- ➤ หากไม่ไปโดยไม่มีเหตุผล อาจถูกลดสิทธิ์เงินช่วยเหลือได้
หลังจบการฝึกอาชีพแล้วตกงาน ถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่สามารถเกิดขึ้นได้ การที่บริษัทไม่รับคุณเข้าทำงานต่อ อาจไม่ใช่เพราะคุณไม่มีความสามารถ หรือบริษัทไม่พอใจในการผลงานของคุณ แต่อาจจะมีหลายสาเหตุ เช่น บริษัทไม่มีตำแหน่งงานว่างที่เหมาะสมกับความสามารถของคุณ หรือ บริษัทไม่มีงบประมาณ ต่างๆ
ไม่ควรตื่นตระหนก ควรลงทะเบียนกับสำนักงานจัดหางานทันที เพื่อรับสิทธิ์ช่วยเหลือและคำแนะนำในการหางานใหม่ รวมถึงใช้ช่วงเวลานี้พัฒนาทักษะเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มโอกาสในอนาคต
การลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงานจริงต้องทำ ตรงเวลา ถูกต้อง และครบถ้วน ทั้งในด้านเอกสารและขั้นตอน เพื่อรักษาสิทธิ์ในการรับเงินช่วยเหลือและการสนับสนุนจากสำนักงานจัดหางานอย่างต่อเนื่อง

Leave a Review